Thursday, December 13, 2018

NEWS

NEWS

Bitcoin ร่วง 7.5% เป็นผลจากการโจมตีของ Ransomware ชื่อ “WannaCry” ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

2640

WannaCry

เมื่อคืนนี้เกิดการโจมตี Cyberattack โดยหน่วยงานในหลายๆประเทศโดน Ransomware(แอพเรียกค่าไถ่) ที่ชื่อว่า”WannaCry”โจมตี โดยหากไม่ส่งBTCไปให้ จะไม่สามารถปลดล็อคไฟล์ต่างๆในคอมพิวเตอร์ได้อีกเลย ซึ่งวิธีป้องกันตอนนี้คืออัพเดท Windows ให้เป็นเวอชั่นล่าสุด Microsoft March 2017 Security Bulletin  และห้ามใช้ WindowsXP เด็ดขาด

การโจมตีเกิดขึ้นรวดเร็วมาก

ตอนนี้มีรายงานว่าเกิดการโจมตีพร้อมกัน 45,000ครั้ง ครอบคลุมมากกว่า 74ประเทศทั่วโลก โดยการทำงานของมันคือการเรียกค่าไถ่ จำนวน300$ ในสกุลเงินBitcoin หากไม่ส่งเงินค่าไถ่ไปตามระยะเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถกู้คืนไฟล์ได้อีกเลย  ซึ่งในขณะนี้มีคนยอมส่งเงินค่าไถ่ให้แล้วประมาณ 3,000$  (สามารถดูรายการธุรกรรมที่นี่ 13AM4VW2dhxYgXeQepoHkHSQuy6NgaEb94)

ภาพลักษณ์Bitcoinเสียหาย ทำราคาร่วงทันที 7.5%

โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1650$ ร่วงลงมา7.5%ภายในช่วงเวลาข้ามคืน ภาพลักษณ์ที่เสียหายนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักนิดในการกู้กลับคืนมา ถึงแม้ว่าคนทั่วโลกอาจจะมองว่า Bitcoin กลายเป็นเงินเถื่อนที่ใช้กันสำหรับกลุ่มโจรเรียกค่าไถ่ แต่ถ้าโจรเรียกค่าไถ่ด้วยสกุลเงินอื่นๆเราก็คงไม่มองว่าเงินนั้นไม่ดีหรอกจริงไหม? Bitcoinก็แค่เป็นเครื่องมือที่พวกเขาใช้เพราะมันง่ายและสะดวก แถมยังตามรอยยาก

โดยไม่ได้มีเพียงแค่Bitcoinเท่านั้นที่ราคาร่วงลงมา Ethereumร่วง3.6% และLitecoinร่วง15% ทั้งสามถือว่าเป็นสกุลเงินดิจิตัลที่ใช้แพร่หลายทั่วโลกและได้รับผลกระทบไปด้วยจากภาพลักษณ์ที่เสียหายในครั้งนี้

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก securelist.com

ประกาศเรื่องการปรับจำนวนเงินบริจาครายปี และการรับสมัครAdmin

1299

ประกาศว่าด้วยเรื่องการปรับจำนวนเงินบริจาครายปี และการรับสมัครAdmin

1. เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของกลุ่มVIPClub ให้เป็นกลุ่มพิเศษและเหมาะสำหรับคนที่สนใจด้านการลงทุนเท่านั้นและเพื่อต้องการลดจำนวนคนที่สนใจจะเข้าร่วม (ใช่ครับ ต้องการลดจำนวนจริงๆ เพราะกลุ่มไม่ต้องการคนเยอะ)  จึงขอปรับการรับบริจาคจาก 0.2BTC เป็น 0.4BTC โดยการปรับครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2560 จนถึง 31 ธ.ค. 2560 

2. ThaiCrypto ต้องการปรับเปลี่ยนการนำเสนอข่าวสารที่ดีขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเพื่อตอบสนองต่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องรับสมัคร Admin เพิ่ม 3 อัตรา

คุณสมบัติที่ต้องมี
– มีความสามารถทางภาษาอังกฤษดี สามารถอ่านและตีความข่าวคริปโตได้อย่างไม่ผิดพลาด
– มีเวลาว่างติดตามและแจ้งข่าว Crypto ในกลุ่มได้อย่างสม่ำเสมอ
– ถ้าสามารถเขียนบทความลงเว็บไซท์ได้ จะพิจารณาเป็นพิเศษ

สิทธิพิเศษสำหรับ Admin
– เข้ากลุ่ม VIP ฟรี ตลอดระยะเวลาการทำงาน
– ได้ตำแหน่ง Admin ใน page ThaiCrypto
– ได้ตำแหน่ง Admin ในเว็บไซท ThaiCrypto

ถ้าคุณคิดว่า คุณต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ขอให้ติดต่อเข้ามา ที่นี่

** ย้ำว่ากลุ่มVIP ไม่ต้องการสมาชิกเพิ่ม และไม่ใช่กลุ่มสำหรับทุกคน เฉพาะผู้ที่สนใจในการลงทุนทางคริปโตเท่านั้น**

รายละเอียด VIP Club

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน GNOSIS [VIPClub]

1937

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน GNOSIS

Gnosis คือแพลทฟอร์มสำหรับ “prediction market” หรือการพนันผลต่างๆด้วยเงินดิจิตัลผ่าน ethereum smart contract ซึ่งสามารถยกตัวอย่างให้เห็นภาพดังนี้

– การทำนายผลว่า ดาราคนนี้จะเลิกกับคนนี้ภายในปีxxxx
– การทำนายผล มูลค่าของสินค้าที่กำลังถูกประมูล ว่าควรมีมูลค่าที่แท้จริงเท่าไหร่
– การทำนายผลตลาดหุ้น
– การทำนายผลแพ้ชนะในการแข่งขันกีฬาต่างๆ

ซึ่งการทำนายผลเหล่านี้ ผ่านการทำนายจากคนหมู่มากซึ่งถือว่าผลลัพท์นั้นมีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งแพลทฟอร์ม Gnosis นั้นคุณสามารถสร้าง appอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับทำนายผลลงบนแพลทฟอร์ม ทำให้มันเป็นมากกว่าแค่แอพๆเดียวและเพิ่มขีดจำกัดในการขยายตัวมากยิ่งขึ้น


รายละเอียด ICO

GNO ทั้งหมด 10,000,000
เปิดขาย 9,000,000
ล็อกไว้สำหรับทีมงาน 1,000,000 (GNOที่เหลือจากที่เปิดขายทั้งหมดจะตกเป็นของทีมงาน)
ทีมงานต้องการเงิน 12,500,000$ เท่านั้น

**ใช้ระบบ Modified Dutch Auction**

กล่าวคือ ทีมงานจะขาย GNO ในราคาที่แพงที่สุดก่อน และราคาจะถูกลงเรื่อยๆจนถึงวันสุดท้าย
ยกตัวอย่าง
A: หากทุกๆคนกลัวพลาด ICOนี้ และแห่ลงทุนจนครบ 12.5ล้าน$ ภายในวันแรก นั่นหมายความว่าเราจะได้GNOในราคาที่แพงที่สุดและ นับเป็นจำนวนแค่ 5% จาก GNOทั้งหมด ในขณะที่ GNOที่เหลืออีก95% ตกอยู่ในมือของทีมงาน

B: หากทุกคนลงทุนในวันสุดท้าย เราจะได้ GNOในราคาที่ถูกที่สุดและมากที่สุดคือ 90%จากทั้งหมด และทีมงานก็เหลือติดตัวแค่10%

เมื่อจบการลงทุน ไม่ว่าเราจะเข้าซื้อในช่วงเวลาไหน แต่เราจะได้ราคาเดียวกันคือราคาสุดท้ายก่อนที่จะระดมทุนได้ครบ 12.5ล้าน$ (เช่นนายAลงวันแรก ,นายBลงวันที่3 ,นายCลงวันที่5และขายหมดพอดี ทุกๆคนจะได้GNOในราคาของวันที่ขายหมด คือวันที่5)

**ความน่าสนใจในการลงทุน**

1. Product/Market Potential: ผลิตภัณฑ์/ศักยภาพในตลาด (9/10)
GNOSIS มีไอเดียดี และความน่าสนใจสูงมากที่อาจจะสามารถทำให้ dapp ในโลกคริปโตก้าวเข้าสู่ “mainstream” ได้ด้วยแพลทฟอร์มการทำนายผล

ที่สำคัญ GNOSISไม่ได้ขายไอเดียกระดาษ แต่พวกเขาพัฒนาโปรเจคนี้มานานกว่า2ปีแล้ว และตัวalphaก็พร้อมที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือน

2. Team/Escrow: ทีมงาน/การค้ำประกัน (8/10)


ทีมงานน่าเชื่อถือได้ ทำงานนี้มานานและเคยพรีเซ็นโปรเจคในเวทีใหญ่ๆมาแล้ว มีadviser เป็นบิดาแห่งETH Vitalik Buterin แต่ขาดEscrew

3. Operating Plan / Roadmap: แผนการทำงานและพัฒนา (7/10)
มี timeline และ roadmap ชัดเจน แต่ขาดแผนการดำเนินงานว่าจะเอาเงินไปทำอะไรมากน้อยแค่ไหน
https://gnosis.pm/timeline

4. Marketing & Community Outreach: การตลาดและการเข้าถึงชุมชน (3/10)
GNOSIS ไม่มีการตลาด หรือแคมเปนในการประชาสัมพันธ์เลย อาจจะเพราะคิดว่าทุกคนรู้จักโปรเจคตัวเองดีอยู่แล้ว แต่ก็น่าเป็นห่วงอยู่ดีว่าคนที่รู้จักGNOSISก็คือพวกหน้าเดิมๆในโลกคริปโต GNOSISควรจะต้องมีแผนและทีมงานในการดึงคนนอกเข้ามาใช้ระบบนี้ให้ได้

5. Competitor: คู่แข่งในตลาด (4/10)
GNOSIS มีคู่แข่งที่ชัดเจนคือ Augur (REP) ถ้าพูดถึงเรื่องระบบการทำนายผลหรือแพลทฟอร์มอะไรอาจจะสูสีกัน
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องประโยชน์การใช้งานของ tokenนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

REP = ทุกๆครั้งที่มีการทำนายผลบนAugurจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ยิ่งคนถือREPมาก จะยิ่งได้ส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

GNOSIS = GNO เป็นเหรียญที่สร้าง WIZ โดยบนแพลทฟอร์มของ GNOSIS นั้นสามารถใช้เงินสกุลไหนในการทำนายผลก็ได้ แต่เราสามารถเลือกจ่าย WIZเป็นค่าธรรมเนียมแทนได้ (งงไหมล่ะ?)

สรุปง่ายๆ ให้เก็บGNOไว้ในกระเป๋า และมันจะงอกเหรียญWIZซึ่งเอามาจ่ายค่าธรรมเนียมได้เรื่อยๆ


เมื่อนำมาเทียบดูแล้ว
REP = ได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมแน่นอน
GNO = ไม่ได้ส่วนแบ่งใดๆ แต่สร้างWIZได้ แล้วWIZมันจะมีค่าเหรอ????

** สรุป**

GNOSIS เป็นโปรเจคที่มีความทะเยอทะยานจะสร้าง dapp บน ethereumที่มีศักยภาพสูง และเป็นโปรเจคระดับ AAA

แต่เมื่อคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ดีๆแล้ว
– ถ้าทีมงานมีงบพัฒนาเองมาได้2ปีและใกล้เสร็จแล้ว จะยังต้องการ 12ล้าน$ไปทำไม
– หรือทีมงานต้องการรวยข้ามคืนเพื่อ เกาะกระแส ICO?
– ถ้าแพลทฟอร์มสามารถใช้เหรียญสกุลไหนก็ได้ในการทำนายผล แปลว่าเหรียญ GNO ไม่มีความจำเป็นต่อระบบเลย เห็นชัดๆว่าสร้างเหรียญนี้ขึ้นเพื่อ ICO
– บริษัทไม่คิดจะแบ่งค่าธรรมเนียมในการใช้งานให้แก่ผู้ถือครอง GNOเลย
– ถ้า GNO สร้าง WIZได้เรื่อยๆ แล้วWIZจะมีค่าได้อย่างไร???? ถ้าจำนวนคนใช้งานเท่าเดิม แต่wizมากขึ้นเรื่อยๆ มูลค่าก็จะลดลงเรื่อยๆเช่นกัน

-เปรียบเทียบ Augur (REP) มี marketcapที่ 120ล้าน$ ลองจำลองถารณ์การณ์ 2แบบ
A: ถ้า GNOขายหมดวันแรก แปลว่า 5%ของเหรียญ = 12ล้าน$ แล้ว 100%จะ= 240ล้าน$ (มากกว่าREPถึง2เท่า ซึ่งยิ่งmarketcapใหญ่ก็ยิ่งโตยาก)

B: ถ้าGNOขายหมดวันสุดท้าย แปลว่า 90%ของเหรียญ=12ล้าน$ แล้ว 100%จะ= 13.3ล้าน$ (น้อยกว่า REPเกือบ10เท่า ซึ่งเป็นราคาที่ดีที่สุดแต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น)

-จากตาราง.นรูป GNOจะน่าลงทุนตั้งแต่วันที่ 20ขึ้นไป หรือมีmarketcapต่ำกว่า40ล้าน$ลงมา

-ทีมงานใช้ความฉลาดและรู้ว่าคนต้องการลงทุนICOกับตนเอง จึงเปิดICOแบบ dutch auction ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ที่ทีมงานจะได้เงิน 12ล้าน$ภายในวันแรก และยังถือครองGNOอีก95%(ซึ่งสามารถสร้าง WIZได้มหาศาล) ไม่ว่ายังไงทีมงานก็ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง!

-ความเจ้าเล่ห์ตรงนี้ มันแสดงถึงความไม่บริสุทธ์ใจ

เหรียญใหม่น่าจับตามอง DATABITS

2577

เหรียญใหม่น่าจับตามอง DATABITS

Databits หรือ DTB นั้นเป็นหน่วยเงินดิจิตัลของเกม Augmentors

เกม Augmentors คือโปรเจคเกมที่เน้นการ battle ระหว่าง monster ของผู้เล่นสองฝ่ายโดยใช้ระบบ Augmentreality เข้ามาช่วยในการสร้างฉากและสนามประลอง ดังตัวอย่างในคลิปวิดีโอข้างล่างครับ

แล้วโปรเจคนี้มาเกี่ยวโยงกับคริปโตได้อย่างไร?

เนื่องจากผู้สร้างนั้น ต้องการเงินทุนมาช่วยในการขับเคลื่อนโปรเจคในช่วงแรก พวกเขาจึงหอบหิ้วโปรเจคนี้เข้าไปขอเงินทุนสนับสนุนจากรายการ Sharktank Africa ซึ่งสามารถดู episode ที่พวกเขาพยายามขายโปรเจคได้ ตาม link นี้ 

จากการนำเสนอในครั้งนี้ พวกเขาได้เงินลงทุนจำนวน 59BTC จาก Vinny Lingham ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการจากรายการ Sharktank แลกกับการที่ Vinny ได้เป็นหุ้นส่วนกับบริษัท20% และจากจุดนั้นเองทำให้พวกเขาได้เงินทุนมาพัฒนาโปรเจคต่อพร้อมๆกับการเปิดระดมทุนแบบ crowdsale ในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ โดยการระดมทุนครั้งนั้นพวกเขาสามารถระดมทุนได้ถึง 895BTC เลยทีเดียว

ThaiCrypto ไม่รอช้า 

เมื่อมองเห็นถึงศักยภาพในการลงทุนแล้ว ThaiCrypto เราไม่รอช้าที่จะทำบทความ Exclusive เพื่อส่งให้นักลงทุนในกลุ่ม VIPClub ได้อ่านและพิจารณาก่อนการลงทุน (กลุ่มVIPClub คือกลุ่มลับเพื่อการลงทุนที่ThaiCryptoจัดตั้งขึ้นมา โดยสมาชิกในกลุ่มนี้จะได้รับข้อมูลข่าวสารแบบพิเศษก่อนใคร)

DTB ราคาพุ่ง 600%

เมื่อลงทุนผ่านไป 2 เดือน สมาชิกที่ตัดสินใจลงทุนใน Augmentors จะได้เหรียญ DTB มาในราคา ICO ซึ่งเป็นราคาพิเศษก่อนที่เหรียญจะเข้าตลาด ด้วยราคาแค่ 5500satoshi หรือ 0.00005500BTC

โดยปัจจุบันนั้นเหรียญ DTB ราคาพุ่งขึ้นเป็น 31000satoshi หรือ 0.00031000BTC คิดเป็นกำไรเกือบ 600%เลยทีเดียว  

โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาขึ้นคือ

  • มีทีมงานและแผนการพัฒนาที่ดี
  • มีprofileดี มีนักลงทุนที่น่าเชื่อถือได้หนุนหลัง
  • จำนวนเหรียญมีน้อยมากเพียง 22ล้านเหรียญ (มีเหรียญที่ถูกทำลายทิ้ง 78ล้านเหรียญ)
  • มี communityที่ดี

ทีมงาน ThaiCrypto ไม่ได้มองแค่การลงทุนใน ICO เท่านั้น หลังจากที่เหรียญเข้าตลาดแล้ว เมื่อมองศักยภาพโดยรวม เราคิดว่าเหรียญ DTB จะพุ่งไปได้เกิน 50000satoshi แน่นอน เราจึงแนะนำให้ซื้อเพิ่มทันที

ซื้อตอนนี้ยังทันไหม?

ตอบสั้นๆเลยว่า ทัน!

ท่านลองคิดดูว่าโปรเจคที่ยังไม่มีแม้แต่เกม Alphaให้ทดลองเล่นยังราคาวิ่งมาได้ขนาดนี้? แล้วเมื่อเกมสำเร็จแล้วราคาจะเป็นอย่างไร?

เป็นที่ชัดเจนว่ามีคนมากมายมหาศาลที่พลาดโอกาสในการลงทุนในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นเลือกซื้อหลังจากที่เหรียญ DTB ได้เข้าตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับเหรียญนี้ไม่สามารถขุดได้ทำให้มีจำนวนจำกัด เมื่อรวมกับปัจจัยที่จะทำให้ราคาพุ่งขึ้นในอนาคตเช่น การเปิดทดลองเกมเวอชั่น Alpha หรือในกรณีที่ดีที่สุดคือเหรียญ DTBถูกบรรจุในEXchangeชั้นนำอย่าง Poloniex ก็ยิ่งจะช่วยผลักดันราคาให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

อย่าพลาดโอกาสในการลงทุน !  

กลุ่ม ThaiCrypto VIP Club ได้เปรียบมากกว่าผู้อ่านทั่วไปในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นข่าวสารการลงทุน สัญญาณการซื้อขาย และบทความการลงทุนExclusiveเฉพาะสมาชิก หากท่านชื่นชอบในการลงทุนด้านคริปโตแล้ว อย่าปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยไป Join us!!! 

 

แหล่งข่าววงในแจ้งมาว่า SEC จะแถลงผลการพิจารณา BTC ETF ภายในวันศุกร์นี้

1684

 

เกาะติดสถานการณ์ของ BTC ETF 

หลังจากที่มีการคาดการณ์จากหลายๆฝ่ายว่าวันสุดท้ายของการพิจารณาผล BTC ETF นั้นคือวันที่ 11 มีนาคม 2560 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ จึงมีการคาดการณ์ว่าวันที่จะแถลงผลจริงๆน่าจะเป็นวันจันทร์ตามเวลาราชการ
วันนี้Coindeskรายงานว่า แหล่งข่าวที่มีความรู้เกี่ยวกับการพิจารณาของหน่วยงานแจ้งมาว่ามีความเป้นไปได้มากที่สุดที่ SEC จะแถลงผลการพิจารณาภายในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560

ซึ่งการแถลงการณ์ครั้งนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร จะเป็นผลการตัดสินการยื่นขอเปิดกองทุนของสองพี่น้อง Winklevoss ที่มีระยะเวลานานถึง3ปีนับตั้งแต่การยื่นเอกสารต่อSECครั้งแรกเมื่อปี 2013

Bitcoin ทำลายสถิติราคาสูงที่สุดในรอบ3ปี! สาเหตุคืออะไร?

ความเป็นไปได้นั้นแทบไม่ต่างอะไรจากการโยนเหรียญหัวก้อย

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เราต่างรู้ดีว่าถ้าBTC ETFได้รับการอนุมัติราคาBitcoinอาจจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก และเช่นเดียวกันว่าหากBTC ETFถูกปฏิเสธ ราคาของBitcoinก็จะร่วงลงทันที

Phil Bak ผู้ซึ่งเคยเป็นผู้กรรมการผู้จัดการของ New York Stock Exchange และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ ETF issuer ACSI Funds กล่าวกับCoinDeskว่า “โดยปรกติแล้ว SEC จะหลีกเลี่ยงการปฏิเสธการจัดตั้งกองทุนตรงๆ หากว่าพวกเขาไม่ต้องการอนุมัติกองทุนนั้นๆ พวกเขามักจะขอยื่นระยะเวลาการพิจารณาออกไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน”

Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ BitMEX กล่าวว่า “ในขณะนี้ ตลาดมองว่าโอกาสที่ BTC ETF จะได้รับการอนุมัติมีมากถึง 50%”

Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสแห่ง Bloomberg Intelligence กล่าวว่า BTC ETF นั้นมีโอกาส 50-50 ที่จะได้รับการอนุมัติ

ในขณะที่ Jeff Bishop ผู้เชี่ยวชาญด้าน ETF และผู้ร่วมก่อตั้ง RagingBull.com คาดการณ์ว่า ท้ายที่สุดแล้ว SECน่าจะขยายเลวาการตัดสินใจออกไปก่อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากราคา BTC ที่พุ่งขึ้นในช่วงเวลานี้ “ผมมีความรู้สึกว่าพวกเขาจะทางชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน ด้วยราคาBTCที่ขึ้นมาแตะระดับราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่SECจะอนุมัติให้มีกองทุนETFเข้าในตลาดในขณะที่ราคากำลังอยู่ในช่วงที่สูงที่สุด พวกเขาน่าจะชะลอเวลาออกไปก่อนเพื่อให้ราคานิ่งมากกว่านี้”  Bishop กล่าวว่า เขาเชื่อว่า BTC ETF จะได้รับการอนุมัติ

ที่มา: Coindesk

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ราคา Ethereum พุ่งทะลุ 20$ แล้ว!

1842

เชื่อว่าวันนี้ เป็นวันที่นักเทรดหลายคนรอมานานหลังจากที่ Ethereum โดนมรสุมมากมายในปี 2016 และถ้าใครได้อ่านบทความที่ผมวิเคราะห์ไว้เมื่อเดือนมกรา ตาม linkข้างล่างนี้ จะเข้าใจเหมือนผมว่ายังไงๆ วันนี้ก็ต้องมาถึง

Ethereumในปีที่ผ่านมากับอนาคตในปี 2017

 

Enterprises Ethereum Alliance 

เป็นข่าวใหญ่ที่ส่งผล ให้ราคาETHขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งในที่สุดก็ได้เปิดตัวโปรเจคนี้ไปแล้ว รายละเอียดโดยย่อคือ กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่มากกว่า 30แห่งได้รวมตัวกันสร้างกลุ่มพันธมิตรเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายEthereumแบบส่วนตัว โดยบริษัทดังกล่าวมีรายชื่อดังต่อไป British oil giant BP, JP Morgan, Microsoft, Wipro, และอีกกว่า 30 บริษัท

เครือข่าย “private chain” นี้ จะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะและจะสามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาติเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น Quorum ซึ่งเป็นบล็อกเชนแบบปิด พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของEthereum โดย J.P. Morgan

การร่วมมือครั้งนี้ หลายๆบริษัทตั้งความหวังว่า บล็อกเชนส่วนตัวที่ถูกสร้างขึ้นจะสามารถ link สู่บล็อกเชนหลักของ Ethereum “ถึงแม้ว่าคุณจะสร้างเครือข่ายส่วนตัว แต่ถ้าคุณสามารถเชื่อมต่อมันเข้ากับเครือข่ายสาธารณะได้ การเชื่อมต่อหลายๆบล็อกเชนเข้าด้วยกันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งขึ้นแบบทวีคูณ” กล่าวโดย Mr. Batlin แห่ง BNY Mellon

ถึงแม้ว่า Bitcoin จะเป็นที่รู้จักของสกุลเงินดิจิตัลสกุลแรกและเหมาะสำหรับการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่าได้ในฐานะของเงินดิจิตัล  แต่Ethereumนั้นกลายเป็นมาตรฐานไปแล้วสำหรับการการพัฒนา smart contract และระบบ eco system ที่เอื้ออำนวยต่ออุตสาหกรรมหลายๆอย่าง ซึ่งจุดๆนี้เองที่ทำให้แพลทฟอร์ม Ethereum เหมาะสำหรับ Startup ใหม่ๆ

“ในบรรดาอุตสาหกรรมที่เราเคยเจอมา Ethereumเป็นแพลทฟอร์มแรกที่คนจะเลือกใช้” กล่าวโดย Marley Gray นักพัฒนาบล็อกเชนหัวเรือใหญ่แห่ง Microsoft

ตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่า Ethereum ได้ปฏิวัติวงการ cryptocurrency โดยสามารถสร้างแพลทฟอร์มที่มีบทบาทสำคัญและสามารถใช้งานได้จริงจนทำให้บริษัทน้อยใหญ่ต่างๆมองเห็นถึงความเป็นไปได้ในอนาคต

 

ผมเองเคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมว่าเราจะได้เห็น ETH กลับมาแตะ 20$อีกครั้ง(ตอนนั้นประมาณ 9-10$) ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นไวขนาดนี้ เมื่อเห็นแบบนี้แล้วผมมองว่าภายในปี 2017นี้ เราจะได้เห็นราคา new highแน่ๆ เพียงแต่ราคาสุงสุดจะเป็นเท่าไหร่นั้นก็ไม่มีใครคาดเดาได้ แล้วคุณผู้อ่านละครับคิดว่า ETHจะไปได้ไกลแค่ไหน?

 

Bitcoin ทำลายสถิติราคาสูงที่สุดในรอบ3ปี! สาเหตุคืออะไร?

4327

วันนี้ราคา Bitcoin พุ่งมาถึงระดับราคา 1200$ และถือว่าได้ทำลายสถิติราคาสูงที่สุดที่ทำไว้ในปี 2014 การที่ราคาพุ่งมาถึงระดับนี้นั้น เป็นไปได้อย่างไร?

กองทุน BITCOIN ETF ของสองพี่น้องชื่อดัง Winklevoss

คงไม่มีใครไม่รู้จักสองพี่น้อง Winklevoss ที่มีเรื่องฟ้องร้องกับ Facebook โดยอ้างว่าเขานั้นถูก Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ขโมยไอเดียของพวกเขาตามที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง The Social Network ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นพวกเขาก็ได้รับเงินจำนวน 65ล้านเหรียญที่ Facebookยอมจ่ายให้

แล้วสองพี่น้องคู่นี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Bitcoin??

เมื่อครั้งที่ Bitcoin ราคาพุ่งแตะระดับราคา 1000$ในปี2014นั้น พวกเขาได้ออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาถือครอง Bitcoinเป็นจำนวนมากถึง1%ของBitoinทั้งหมด และพวกเขายังมีความเชื่อมั่นในBitcoinว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิตัลที่จะมาแทนที่ทองคำในอนาคต

พวกเขาได้พยายามผลักดันBitcoinให้เข้าสู่ตลาดสากลเพื่อให้นักลงทุนธรรมดาสามารถซื้อขายbitcoinได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยยื่นเอกสารต่อ SEC (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา) เพื่อขอจดทะเบียนกองทุน BITCOIN ETF ในปี 2013

แต่ทว่าคำร้องขอจดทะเบียนกองทุนดังกล่าวต้องมีอันต้องตกไปเมื่อ SEC ขอเลื่อนการพิจารณาออกมาเรื่อยๆจนในที่สุดไม่สามารถเลื่อนผลการพิจารณาได้อีกแล้ว SECต้องแถลงผลการพิจารณาอนุมัติกองทุนBTC ETFในวันที่ 11 มีนาคม 2560

ความสำคัญของกองทุน Bitcoin ETF

หากว่ากองทุน Bitcoin ETF ของสองพี่น้อง Winklevoss ผ่านการอนุมัติจาก SEC จะมีเม็ดเงินมหาศาลไม่ต่ำกว่า 100ล้านเหรียญอัดฉีดเข้ามาในกองทุนและนั่นจะยิ่งทำให้มูลค่าของ Bitcoinสูงขึ้นไปอีก นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวไว้ว่า กองทุน Bitcoin ETF จะทำให้นักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันสามารถลงทุนในBitcoinได้ง่ายขึ้น และเราอาจจะได้เห็นมูลค่าการลงทุนที่มากกว่า 100ล้านเหรียญในกองทุนที่ว่านี้

อีกทั้งถ้ากองทุน Bitcoin ETF ของสองพี่น้องได้รับอนุมัติ จะมีกองทุนBitcoinอื่นๆโผล่ตามขึ้นมาอีกแน่นอน

ความเป็นไปได้ที่ Bitcoin ETF จะได้รับการอนุมัติ

อ้างอิงจากบทความวิเคราะห์จากแหล่งต่างๆแล้ว Bitcoin ETF มีความเป็นไปได้มากถึง25%เลยทีเดียว

Kevin Zhou : นักเทรดจาก Kraken คิดว่าโอกาสมีเพียง10%
Spencer Bogart : นักวิเคราะห์จาก Needham & Company คิดว่ามีโอกาสน้อยกว่า 25%
BitMEX : เปิดให้นักพนันใช้ bitcoin ทายผล โดยนักพนันส่วนมากคิดว่าโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติอยู่ที่ 33%

แล้วถ้า BTC ETF ได้รับอนุมัติ ราคาของBitcoinจะเป็นอย่างไร? นักวิเคราะห์กล่าวไว้ว่าราคาอาจจะพุ่งไปที่ระดับ 1500$ และน่าจะทะลุ 2000$ได้ภายในปี 2017

ในขณะเดียวกัน หากBitcoin ETF ไม่ได้รับการอนุมัตินั้น ราคาอาจจะร่วงกลับไปอยู่ในหลัก 700-800$เลยทีเดียว

แล้วผู้อ่านละครับ คิดว่ากองทุน Bitcoin ETF นั้นมีโอกาสมากน้อยเพียงใด?

อ้างอิงจาก
http://www.coindesk.com/bitcoin-traders-planning-etf-approval/

http://www.forbes.com/sites/laurashin/2017/02/07/with-deadline-looming-will-the-sec-approve-a-bitcoin-etf/#7c6be76e3d84

If the Winklevoss Bitcoin ETF is Approved, What Happens Next?

โดนจนได้! พนักงานธนาคารกลางสหรัฐฯโดนไล่ออก เพราะแอบขุดบิทคอยน์ในที่ทำงาน

3600

นาย Nicholas Berthaume อดีตทำงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์การสื่อสารโดนไล่ออกและปรับเงินจำนวน 5000$ และโดนคุมความประพฤติอีกเป็นเวลา12เดือน นับจากวันที่ 27 มกราคม 2560

นาย Nicholas Berthaume ได้สารภาพผิดว่าเขาได้เข้าถึงเซิฟเวอของธนาคารกลางสหรัฐในกรุงวอชิงตัน และเชื่อมต่อเข้ากับโปรแกรมขุดบิทคอยน์ ในช่วงเดือน มีนาคม 2555 – มิถุนายน 2557  นอกจากนี้เขายังปรับเปลี่ยนระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อที่เขาสามารถที่จะ “รีโมท” ควบคุมการขุดบิทคอยน์ได้จากที่บ้าน หลังจากที่เรื่องแดงออกมา เขาพยายามปกปิดหลักฐานโดยลบโปรแกรมขุดออกไป

หลังจากพบว่านาย Nicholas Berthaume ได้กระทำความผิดจริง เขาโดนไล่ออกในโทษฐานใช้ทรัพย์สินของรัฐบาลในการหารายได้ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญา

เห็นแบบนี้แล้วผู้อ่านบางท่านที่ใช้ “ไฟฟรี” หรือเซอเว่อของที่ทำงานก็ระวังตัวไว้ดีๆล่ะ เพราะท่านกำลังทำความผิดในโทษฐานใช้ทรัพย์สินของราชการในทางที่มิชอบ

ที่มา http://www.coindesk.com/federal-reserve-staffer-mining-bitcoins/

 

มาดูปริมาณการซื้อขาย BTC 24ชั่วโมงที่ผ่านมาจาก Exchange ทั่วโลก

2089

หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้ออกนโยบายให้ Exchange ต่างยกเลิกการเทรดแบบมาร์จินแล้วก็มาดูกันครับว่าปริมาณการซื้อขาย”ที่แท้จริง”นั้นเป็นอย่างไร

ปริมาณการซื้อขาย 24ชั่วโมงที่ผ่านมา จากExchangeทั่วโลก

1. Poloniex            $40,242,097 (Altcoin มาแรงมากๆ)
2. Bitfinex             $8,858,189
3. Kraken              $5,677,075
4. OKCoin.cn         $5,106,256
5. BTCC                $4,872,046
6. Huobi               $4,812,652
7. HitBTC             $4,324,271
8. Bitstamp          $3,954,319
9. GDAX              $3,946,456
10. BTC-E            $3,755,277
อ้างอิงจาก http://coinmarketcap.com/exchanges/volume/24-hour/#USD

จากปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้ Poloniex หรือเว็บเทรดAltcoinที่เรารู้จักกันดีทำปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก(แน่นอนจากกระแสPascal Coin)

ส่วนเว็บเทรดBTCหลักๆในจีนจากที่เคยมีปรืมาณการซื้อขายมหาศาล ตอนนี้เราก็ได้เห็นปริมาณการซื้อขายที่แท้จริงแล้ว ซึ่งตอนนี้แม้แต่ okcoin futureนั้นก็มี book orderที่บางเหลือเกิน

ในขณะที่ BTCกำลังไซดเวย์อยู่นั้น ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสทองในการทำกำไรจาก Altcoin ครับผม!

Ethereumในปีที่ผ่านมากับอนาคตในปี 2017

3200

Ethereum ในปีที่ผ่านมา

ในปี 2016 ที่ผ่านมานั้น Ethereum หรือ ETH เหรียญขวัญใจนักขุดชาวไทยผ่านทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีมาเยอะก่อนที่เราจะพูดถึงอนาคตในปี2017  เราลองมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในปีที่ผ่านมา

มกราคม – กุมภาพันธ์: ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนเริ่มรู้จัก Ethereum ผ่านข่าวด้านบวกที่ Microsoft Azureประกาศรองรับ ETHในฐานะ Blockchain as a Service

มีนาคม : วันที่ 14 มีนาคม 2559 เป็นวันที่ETHอัพเดทครั้งใหญ่จาก Frontier เป็น Homestead ซึ่งการhardforkผ่านไปได้ด้วย ETHทำลายสถิติสูงที่สุดราคาพุ่งไปสูงถึง 14$

มีนาคม – เมษายน : ภาวะฟองสบู่แตก นักลงทุนขายทำกำไรจนราคาลงมาต่ำสุดเหลือ 7.7$

เมษายน – พฤษภาคม : โปรเจคระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตคือ TheDAO เปิดรับการลงทุนโดยต้องใช้ETHเท่านั้นและสามารถรวบรวมไปได้ถึง15ล้านETHคิดเป็นมูลค่ากว่า150ล้านUSD และนี่ทำให้ราคาETHพุ่งสูงทำลายสถิติเดิมไปที่ 20$

มิถุนายน : TheDAO โดนแฮคกลายเป็นข่าวสะเทื่อนวงการ ราคาETHร่วงเหลือเพียง 10$

กรกฏาคม : มูลนิธิEthereumตัดสินใจ Hardforkแก้ไขบล็อกเชนเพื่อนำเงินทุนที่ถูกขโมยไปในTheDAOกลับคืนมา และนี่ก็เป็นจุดกำเนิดของ Ethereum Classic (ETC)

สิงหาคม – ธันวาคม : ETHยังถูกโจมตีต่อเนื่อง แต่ก็ยังแก้ไขปัญหาไปได้ แต่ราคาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับตัว

ความสำเร็จที่ได้รับ

  • BaaS บน Microsoft Azure
  • ได้รับการสนับสนุนจาก Coinbase (เว็บซ์้อขายBTCที่น่าเชื่อถือที่สุด)
  • ภาษา Solidity ได้รับการยอมรับจากโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกในการเขียน Smart contract
  • จัดงานสัมนาบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด DEVCON1 และ DEVCON2
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานั้น Ethereumได้รับการยอมรับจากหลายๆโปรเจคที่เลือกที่จะพัฒนาบน Platformอาทิเช่น

 

Augur Project : ตลาดการคาดการณ์และทายผล


FirstBlood : แพลทฟอร์มสำหรับดวลเกม


GOLEM : ตลาด CPU POWER


HackerGold – EtherCamp : แพลทฟอร์ม Hackathon และระดมทุน


ICONOMI : แพลทฟอร์มกองทุน


MKR – Maker: Decentralize Exchange และ stable coin


Pluton – Plutus.it : แพลทฟอร์มชำระเงินด้วย NFC


SNGLS – SingularDTV : แพลทฟอร์มเพื่อการรับชม TV on demand


DGD – Digix Global : แพลทฟอร์มเพื่อการค้าขายทองคำ

 

เป้าหมายสูงสุดของ Ethereum

และนี่คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของ Ethereum ด้วยการเป็น World Computer ด้วย Ethereum Virtual Machine หรือ EVM(คอมพิวเตอร์ดิจิตอลที่กระจายอยู่ทั่วโลก เพื่อเปิดทำงานsmart contractแบบ peer-to-peer ทำงานอยู่บนเครือข่ายEthereum blockchainซึ่งเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีวันปิดตัวลง)

 

Ethereum กับอนาคตในปี 2017

ปี2017 จะเป็นปีที่สำคัญของ ETHด้วยปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้

Ethereum Enterprise : การใช้งานEthereumสำหรับองค์กร ผ่านpublicและprivate blockchain ซึ่งจะประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์

Metropolis : อัพเดทใหญ่ต่อจาก Homsteadโดยปรับปรุงโปรโตคอลและเพิ่ม Ethereum browser!

งานสัมนาด้านบล็อกเชน : EDCON PARIS, Blockchain EXPO London

โปรเจคใหม่ๆบน Ethereum: เปิดตัว ICONOMI.Index และ DIGIX 2.0 // GNOSIS CROWDSALE

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกหลายด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาเช่นเศรษฐกิจและราคาBitcoin

และล่าสุดที่ค่อนข้างชัดเจนว่าETHได้กลับตัวจากขาลงเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของปี2017เพราะเมื่อคิดถึงปัจจัยพื้นฐานโดยรวมทั้งหมดแล้ว ในปี2017นี้จะเป็นปีที่สำคัญของETH และผมหวังว่าเราอาจจะได้เห็นราคาETHพุ่งกลับไปแตะที่ระดับ20$อีกครั้ง

FOLLOW US

9,899FansLike
1,034FollowersFollow
- Advertisement -

EDITOR PICKS