Sunday, November 18, 2018

NEWS

NEWS

กรณีศึกษา ICONOMI : เมื่อเรามองข้ามเพชรในตม

4084

กรณีศึกษา ICONOMI : เมื่อเรามองข้ามเพชรในตม

ผมเคยเขียนบทความถึงICONOMIไปแล้ว2-3ครั้ง สำหรับใครที่ไม่รู้จริงๆว่า ICONOMI คืออะไรลองเข้าไปอ่านได้ตาม link ข้างล่างครับก่อนได้ครับ

วิเคราะห์เจาะลึกICOน่าสนใจ ICONOMI

ICONOMI กับความสำเร็จในการระดมทุน

เมื่อตอนที่ทีมงานเปิดระดมทุนใหม่ๆ ผมเคยวิเคราะห์ว่าโปรเจคนี้ไม่น่าได้รับผลตอบรับในทางที่ดีและให้คะแนนรีวิวไว้ที่ 6.4คะแนน ผมมองไม่เห็นว่าplatformกองทุนที่เน้นลงทุนในคริปโตนั้นจะมีมูลค่าสูงได้อย่างไร และผมมองข้ามอะไรหลายๆอย่างที่สำคัญไป จนมาถึงช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่จะจบการลงทุน ICONOMIระดมทุนได้ประมาณ7ล้านเหรียญสหรัฐและภายใน1สัปดาห์ICONOMIก็สามารถปิดการระดมทุนไปได้มากถึง10ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยมากกว่า300ล้านบาท

มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมโปรเจคที่ผมตีค่าว่าไม่น่าสนใจกลับระดมทุนได้มากขนาดนี้?

จากมุมมองของผมเอง สิ่งที่ผมว่าเป็นตัวแปรหลักที่ช่วยให้ICONOMIประสบความสำเร็จมีดังนี้

1.ความยืดหยุ่นในการลงทุน

ความยืดหยุ่นในการลงทุนที่ICONOMIอนุญาติให้ลงทุนโดยใช้เงินสดได้ ซึ่งแตกต่างจากโปรเจคอื่นๆที่รับเฉพาะ crypto currencyเท่านั้น

screenshot-ico-iconomi-net-2016-10-13-15-35-46จากเงินระทุนทั้งหมด 10.6ล้าน$นั้น มีเงินสดจริงๆอยู่ 2.7ล้าน$ คิดเป็น25%จากทุนทั้งหมด หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ ICONOMIสามารถเข้าถึงนักลงทุนเพิ่มขึ้น และเป็นนักลงทุนที่อาจจะไม่ได้ถือครอง cryptocurrencyใดๆมาก่อน แล้วทำไมICONOMIถึงสามารถเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้? 

คำตอบอยู่ที่นี่ครับ https://www.cashila.com/

Cashila คือเว็บไซท์ที่ให้บริการแปลงเงินให้เป็นbitcoin และเป็นอีกช่องทางที่ICONOMIนำเสนอให้นักลงทุนที่ไม่ได้ถือครองcryptoใดๆสามารถลงทุนผ่าน Cashilaซึ่งเปรียบเสมือนFiat Gateway

แล้วสิ่งที่ผมมองข้ามไปคืออะไร? ผู้ก่อตั้งCashillaก็คือทีมงานเดียวกับทีมที่ก่อตั้งICONOMIนั่นเองครับ
screenshot-www-cashila-com-2016-10-13-15-41-28screenshot-ico-iconomi-net-2016-10-13-15-45-37ไม่น่าสงสัยเลยที่ทีมงานที่มีประสบการณ์ระดับนี้ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน แต่ยังไม่จบแค่นี้ครับ

2. การตลาดแบบมืออาชีพ

ICONOMI ใช้หลักการตลาดแบบง่ายๆที่เรารู้จักกันดีผ่าน Social network อาทิเช่น twitter และ facebook

screenshot-www-facebook-com-2016-10-13-16-04-02screenshot-twitter-com-2016-10-13-16-04-26

โพสของ ICONOMI ถูก like,share,retweet ไม่ต่ำกว่า500ครั้ง โดยICONOMIแจกเหรียญให้กับทุกคนที่ช่วยประชาสัมพันธ์ ชื่อของICONOMIอยู่บนfeedของผมทุกวันที่เปิดขึ้นมา แตกต่างจากหลายๆโปรเจคทีรางวัลให้แค่การกดfollow  iconomiยังแจกรางวัลให้คนที่ช่วยเขียนบล็อกกล่าวถึงICONOMIในแง่มุมต่างๆสิ่งเหล่านี้เมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้วทำให้มีกระแสที่ดีตั้งแต่ต้นจนจบ

3.ความเอาใจใส่นักลงทุน

เมื่อเดือนที่แล้วในระหว่างที่ICONOMIระดมทุนเข้าช่วงสัปดาห์ที่สอง ICONOMIประกาศทันทีว่าเขาตรวจเจอบัญชีuserหลายคนที่สร้างขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมโครงการประชาสัมพันธ์ และการสร้างบัญชีแบบนั้นมาหลายสิบบัญชีเพื่อเอาเปรียบคนอื่นถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การลงทุนของผมที่ทีมงาน “สนใจและเป็นห่วงผลประโยชน์ของนักลงทุน” โดยตั้งแต่ผมลงทุนในโปรเจคมากมาย ทีมงานเหล่านั้นมักไม่มีเวลามาสนใจแยกแยะว่าใครโกงใครไม่โกง ส่วนมากจะแจกเหรียญให้ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการประชาสัมพันธ์

screenshot-medium-com-2016-10-13-16-16-18

ICONOMIแบนคนโกงไปมากมาย และช่วยรักษาผลประโยชน์ให้นักลงทุนและคนที่ช่วยเหลือ ICONOMIจริงๆ นี่เป็นการแสดงออกถึงความจริงใจที่ทีมงานมีให้แก่นักลงทุน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใระหว่างช่วงการระดมทุน ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักลงทุนที่ลงทุนไปแล้วจะหวนกลับมาลงทุนเพิ่มเพราะความรู้สึกมั่นใจที่มีต่อทีมงาน

4.ระบบที่ราบลื่นและการทำงานแบบมืออาชีพ

เชื่อหรือไม่ว่าตลอดระยะเวลาการลงทุนนั้น ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบลื่นไม่มีสั้กครั้งที่เว็บจะเข้าไม่ได้หรือเกิดปัญหาในระหว่างการส่งเงินทุน ที่สำคัญคือตัวผู้ก่อตั้งที่เข้ามาตอบคำถามในแชทรูมด้วยตัวเองตลอดระยะเวลาระดมทุน ถึงแม้จะเป็นเรื่องน่าปวดหัวจากพวกscammerที่จ้องจะกอบโกยผลประโยชน์จากโครงการประชาสัมพันธ์ก็ตาม

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ช่วยให้ICONOMIประสบความสำเร็จในการระดมทุน นักลงทุนเองก็ไม่ควรมองข้ามสิ่งสำคัญเหล่านี้เพราะอาจจะทำให้คุณตัดสินใจผิดและพลาดโอกาสในการลงทุนไปครับ

ICONOMI – Fund Management Platform for the Decentralised Economy

 

 

 

 

 

เตือนภัย KIbo เป็น MLM แฝงตัวเป็นโปรเจค Dapp

3262

เตือนภัย KIbo เป็น MLM แฝงตัวเป็นโปรเจค Dapp

ตอนนี้มีโปรเจคชื่อ Kibo เปิดระดมทุนอยู่ที่ https://kiboplatform.net/ ครับ

ข้อควรระวังในการลงทุนกับโปรเจคนี้คือ

  • บังคับให้ลงทุนเป็นแพคเกจขั้นต่ำคือ 10eth สำหรับซื้อแพลทฟอร์ม เมื่อซื้อเสร็จถึงจะมีสิทธ์การในการซื้อ token
  • บังคับซื้อ token ขั้นต่ำ 100ETH
  • มี Referral Program จากการชักชวน
  • มี MLM (multi level marketing) เป็นดาวไลน์ลงไป 7ชั้น
  • ทีมงาน ไม่เปิดเผยตัวตน
  • จากวิดีโอข้างล่างดูเป็น MLM ชัดเจนคือมีผู้ประชุมมากมาย ห้องจัดงานโก้หรู ดูแล้วไม่เหมือนการสัมนาวิชาการด้านบล็อกเชน
  • อ้างว่าใช้ smart contract แต่ขาด curator ในการตรวจสอบ
  • ไม่มีใครสักคนจาก https://consensys.net/ รับรองโปรเจคนี้ (consensys คือ studio ที่สนับสนุนการพัฒนา dapp บน ethereum platform

ใครที่จะลงทุนใน Kibo ขอให้พิจารณาให้ดีครับ

SingularDTV ปิดการขาย ICO ด้วยระยะเวลาเพียง 15นาที

3083

SingularDTV ปิดการขาย ICO ด้วยระยะเวลาเพียง 15นาที

เมื่อเวลา 2ทุ่ม วันที่ 2 ตุลาคม 2559 SingularDTV ได้เปิดระดมทุนผ่านการขายเหรียญ SNGLจำนวน 500ล้านเหรียญ โดยตั้งงใจจะเปิดขายเป็นเวลา 30วัน แต่กลับขายหมดเกลี้ยงภายในเวลา 15นาที

เงินทุนทั้งหมดถูกเห็บไว้ที่ 0xc78310231aA53bD3D0FEA2F8c705C67730929D8f

Singular ระดมทุนไปได้ทั้งหมด 580,000ETH หรือราว 7.6ล้านเหรียญสหรัฐ โดยทีมงานจะนำเงินทุนไปทำ Mini series ชื่อว่า Singular ฉายทางทีวี และยังแบ่งทีมงานส่วนนึงมาทำสารคดีเกี่ยวกับ Ethereum ด้วย

ผลประโยชน์ของผู้ที่ถือเหรียญ Singular คือจะได้รับรายได้ทั้งหมดจากการฉาย mini series และสารคดี 100% ตามอัตราส่วนที่ถือครอง โดยการจัดสรรเหรียญมีดังนี้

500ล้านเหรียญ — เปิดขายสำหรับนักลงทุน

400ล้านเหรียญ — ถูกเก็บไว้ใน smart contract โดยไม่สามารถแตะต้องได้เป็นเวลา2ปี ส่วนนี้ถือเป็นสินทรัพย์ของ SingularDTV (รายได้ที่เกิดจากเหรียญส่วนนี้จะถูกวนกลับมาลงทุนใน โปรเจคถัดไป)

100ล้านเหรียญ — สำหรับทีมงานหลักของ SingularDTV

เมื่อดูจากการจัดสรรเหรียญข้างบนแล้ว ก็ถือว่านักลงทุนมีสิทธ์ในรายได้มากถึง 50% จากรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว ไม่แปลกใจที่เหรียญจะขายหมดภายในเวลา 15นาทีครับ

ETH VS ETC ภาค2 เมื่อโรบินฮู็ดกลายเป็นโจร

1989

ETH VS ETC ภาค2 เมื่อโรบินฮู็ดกลายเป็นโจร

อ้างอิงจากบทความ 2 บทความที่เขียนไปแล้วก่อนหน้านี้โดยใครที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นสามารถตามอ่านได้จากลิงค์ข้างล่างนี้

ส่วนใครที่ทราบเรื่องแล้วก็ข้ามมาอ่านที่จุดนี้ได้เลยครับ โดยจะสรุปและเล่าให้ฟังย่อๆดังต่อไปนี้ว่ามันมีอะไรเกิดขึึ้นตามมา

โรบินฮู็ดปกป้อง TheDAO

หลังจากที่ TheDAO โดนแฮ็คและ ETH ถูกดูดออกเรื่อยๆ กลุ่มโรบินฮู๊ดก็เข้าแทรกแซงโดยใช้วิธีเดียวกันนี้รักษาจำนวน ETH ประมาณ 7.2ล้านเหรียญ ในขณะที่แฮกเกอที่เข้าโจมตีนั้นสามารถขโมยไปได้ประมาณ 5ล้านเหรียญ

TheDAO จึงถูกแบ่งเป็น2ก้อนคือ DarkDAO(ETH ที่โจรขโมยไปและรอวันถอน) ChildDAO (ETHที่กลุ่มโรบินฮู๊ดเข้าปกป้องไว้)

เมื่อโรบินฮู็ดกลายเป็นโจร

หลังจาก Hardfork กลุ่ม โรบินฮู๊ดที่ถือครอง ETC (จาก eth กลายมาเป็น etc) มากถึง 7.2ล้าน ได้ดำเนินการในแบบที่เราคาดไม่ถึง

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2559 ETCจำนวน3ล้านเหรียญได้ถูกย้ายเข้า Exchange อย่างลับๆจากแอดเดรสของกลุ่มโรบินฮู๊ดโดยไม่ได้มีการประกาศล่วงหน้า ซึ่งทำให้คนแตกตื่นว่าการกระทำเยี่ยงนี้ส่อเจตนาว่ากลุ่มนี้จะทำการเทขาย ETC

แผนผังแสดงการเคลื่อนย้าย ETC จาก ChildDAO ไป Poloniex

โชคยังดีที่ Poloniex ได้แช่แข็งเงินทุนก้อนนี้ไว้ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้

Figure 7: The Bity market dump on Bittrex

แต่ที่ ฺBittrex ดูเหมือนจะไม่ทันการ เพราะกลุ่มโรบินฮู๊ดได้เทขาย ETC ทิ้งดังกราฟที่เห็น

เป้าหมายคือเททิ้งเพื่อทำลายมูลค่า ETC

แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่ากลุ่มโรบินฮู๊ดที่เข้าปกป้อง TheDAO นั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมงาน Ethereum และ TheDAO เพราะพวกเขาเลือกปกป้องเชนหลัก(ETH) และทำลายเชนรอง (ETC)

แล้วเงินที่ได้จากเทขายล่ะ? นั่นควรจะเป็นเงินของผู้ที่ลงทุนใน TheDAO ใช่หรือไม่?ทำไมถึงไม่คืนเงินทุนก้อนนี้ให้แก่คนที่ลงทุนใน TheDAO?

แชทลับที่หลุดออกมาจากทีมงาน ETH ต้องการทำให้ ETC มูลค่าเป็นศูนย์?

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามตอนต่อไป อันที่จริงเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นมาได้สักพักแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่ควรจะนำมาเล่าสู่กันฟัง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ที่นี่ และ ที่นี่

อย่าลืมกดติดตาม ฺBLOG ThaiCC เพื่อรับข่าวสารได้ผ่าน Medium.com และ Facebook

https://www.facebook.com/thaicrypto/

ETH VS ETC มหาสงครามชิงบัลลังก์

3061

ETH VS ETC มหาสงครามชิงบัลลังก์

 ETH VS ETC มหาสงครามชิงบัลลังก์

ห่างหายจากการเขียนบทความไปพักนึงเนื่องจากติดงานนะครับ

เอาละครับ ช่วงนี้สถานการณ์ของ ETH ดูวุ่นวายเหลือเกิน มีหลายคนสงสัยว่า ETC มันคืออะไรเกิดมาได้ยังไง วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงจุดกำเนิดมันครับ

ETH และความล้มเหลวของ TheDAO

จุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนคงหนีไม่พ้น TheDAO กับข่าวโดนแฮคอันโด่งดังเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสามารถอ่านบทความนี้ได้จาก ลิงค์ข้างล่างครับ

ซึ่งอย่างที่รู้กันว่า ในระหว่างการ HF (Hard Fork) นั้นได้มีเสียงแบ่งเป็น2ฝ่ายคือ

  1. ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการ HF : คือคนที่คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เงินทุนจาก TheDAO กลับคืนมา ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปล่อยให้แฮกเกอร์ได้เงินนั้นไปฟรีๆ
  2. ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการ HF : คือคนที่คิดว่า การจะ HF เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองนั้น เป็นการลบหลู่ความมุ่งมั่นที่มีมาแต่ดั้งเดิมคือ บล็อกเชนต้องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ “Code is law” อีกทั้งตราหน้ากลุ่มทีมพัฒนา Ethereumว่าได้ลงทุนใน TheDAO ไปเยอะ จึงอยากจะ HF เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

ซึ่งการ HF ถึงจะมีเสียงแตกเป็นสองฝ่ายแต่สุดท้ายก็ได้รับผลโหวทข้างมากให้ ทำการ HF ภายในวันที่ 24 ก.ค. 2559 และขั้นตอนของมันคือการ ย้ายข้อมูลทั้งหมดไปบน บล็อกเชนใหม่ นั่นเอง (เนื่องจากบล็อกเชนไม่สามารถแก้ไขได้ ข้อผิดพลาดจาก TheDAO ก็เช่นกัน เหมือนบ้านที่มีช่องโหว่รอโจรมาปล้นซ้ำ ทางเดียวคือย้ายบ้านใหม่นั่นเอง)

จุดเกิดของ ETC (Ethereum Classic)

เมื่อการย้ายข้อมูลไปบนบล็อกเชนใหม่ที่ได้แก้ไขช่องโหว่เรียบร้อยแล้วสำเร็จลุล่วง เกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้ว บล็อกเชนเก่าล่ะ จะทำอย่างไรกับมันดี?

ในช่วงก่อนการ HF เพียง 2–3 วันนั้น มีกลุ่มนักพัฒนาที่ไม่เห็นด้วยกับการ HF ประกาศตั้งต้นเรียกตนเองว่า Ethereum Classic พวกเขาบอกกับทุกคนว่าเราจะตั้งมั่นในจุดมุ่งหมายเดิม ไม่ว่าอย่างไร Ethereum บล็อกเชนจะต้องไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!

กลุ่ม Ethereum Classic ตั้งขึ้นก่อนการ HF เพียงไม่กี่วัน

เมื่อทีมพัฒนาหลักยังสนับสนุน ETH

แล้ว ETCซึ่งมีแต่บล็อกเชนแต่ไม่มีคนพัฒนาเหมือนกับร่างกายที่ไร้วิญญาณ มันจะไปรอดได้อย่างไร?

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสงสัยอยู่นั้น มีข้อเท็จจริงอยู่อย่างหนึ่งคือ “ใครก็ตามที่ถือครอง ETH ก่อนการ HF คนนั้น จะได้ ETC จำนวนเท่ากับที่ถือครอง ETH!” (ของมันแน่อยู่แล้ว เพราะ ETC ก็คือจำนวน ETH ก่อนที่จะถูกย้ายสำเนาไปไว้บน บล็อกเชนใหม่นั่นเอง)

จุดเปลี่ยน

ตูมมมม เหมือนฟ้าผ่า เมื่อ Poloniex ประกาศสนับสนุนเทรด ETC/BTC หลังจบการ HF เท่ากับว่า ETC ที่ถืออยู่นั้นมีมูลค่าขึ้นมาทันที

มีการเทรดกันอย่างบ้าคลั่งที่ Polo ปริมาณการซื้อขายนั้นแซง ETH อย่างไม่เห็นฝุ่น เหตุผลเพราะว่า

  1. คนเทขาย ETC เพราะคิดว่ามันไม่มีมูลค่า ใครอยากรับก็รับไป
  2. ใครจะยอมถือของโจร อย่าลืมว่า ETC คือบล็อกเชนเก่าที่โดนแฮก นั่นหมายความว่าโจรมี ETC พร้อมเทอยู่หลายล้านเลยทีเดียว
  3. บลาบลาบลา ด้วยเหตุผลอีกมากมาย

แต่อย่าลืมกฏที่ว่า ใครถือ ETH ก่อน HF เท่าไหร่ จะได้ ETC ไปเท่านั้น

แล้วใครล่ะที่จะถือ ETH ปริมาณมหาศาล?ถ้าไม่ใช่……

..

.

ใช่แล้วครับ

จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขาคนนี้ และการตัดสินใจเปิดเทรด ETC เป็นเจ้าแรกนั้น ก็รับค่าธรรมเนียมการซื้อขายไปฟรีๆ เพราะฉะนั้นดูเหมือนว่าเค้กก้อนนี้ Polo จะรับไปเต็มๆ

และเมื่อเห็นเม็ดเงินมหาศาลขนาดนั้น ต่อให้ ETC ไม่มีค่าอะไร เปิดเทรดเอาค่าธรรมเนียมก็รวยแล้ว จะรออะไร BITTREX และ KRAKEN โดดแจมด้วยทันที

เมื่อเว็บเทรดสามทหารเสือร่วมวงแล้ว เว็บรายย่อยก็ร่วมด้วยเช่นกัน

สรุปส่งท้าย

สงครามยังไม่สิ้นสุดอย่าพึ่งนับศพทหาร อะไรก็เกิดขึ้นได้ ณ ตอนนี้ สิ่งที่เห็นชัดเจนคือมีความพยายามในการผลักดันให้ ETC เป็น chain หลัก ด้วยปริมาณ Volume การซื้อขาย แต่อย่าลืมว่า ณ ปัจจุบันนี้ แฮกเกอที่แฮก ETH จาก TheDAO ซึ่งปัจจุบันเป็น ETC นั้นยังไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ

และอย่าลืมว่า ETH เกิดขึ้นมาได้จากทีมพัฒนาขั้นเทพ

แล้ว ETC ล่ะ?

ปล. บทความนี้ค่อนข้างเข้าข้าง ETH โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

อย่าลืมกดติดตาม ฺBLOG ThaiCC เพื่อรับข่าวสารได้ผ่าน Medium.com และ Facebook

https://www.facebook.com/thaicrypto/

Ethereum กับเส้นตายวันที่ 14 กรกฏาคม

4905

Ethereum กับเส้นตายวันที่ 14 กรกฏาคม

ในสำนักงานใหญ่ Ethereum ใจกลางกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี มีโปรแกรมเมอร์มากมายกำลังพยายามหาทางนำเงิน 53ล้านเหรียญกลับคืนมา

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 แฮกเกอร์กลุ่มหนึ่งได้ใช้ช่องโหว่ บน TheDAO โจมตีเงินทุนได้เป็นมูลค่า 53ล้านเหรียญเพียงแต่ว่ายังไม่สามารถถอน ETH ออกจาก TheDAO ได้ทันที เนื่องจากระยะเวลาในการถอน ETH จาก TheDAO นั้นถูกตั้งค่าไว้ที่27วันเพราะฉะนั้นเส้นตาย โอกาสสุดท้ายในการกู้ ETHที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาคือวันที่ 14 กรกฎาคม 2559

ระบบพื้นฐานของ Ethereum นั้นคล้ายกับสกุลเงินดิจิตอลทั่วไปคือตั้งอยู่บน บล็อกเชน (บัญชีดิจิตอลที่จดจำทุกๆธุรกรรมของของเงินสกุลนั้น) แต่สิ่งที่ Ethereum ปฏิวัติวงการเงินดิจิตอลคือ — มันอนุญาติให้โปรแกรมเมอ สร้างโปรแกรม ชุดคำสั่ง เงินสกุลอื่นๆ หรือแม้กระทั่งองค์กรอิสระแบบกระจายอำนาจ ขึ้นบนบล็อกเชนของ Ethereum (เหมือนที่ TheDAO ถูกสร้างขึ้นบน Ethereum)

TheDAO คือความทะเยอทะยานครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ที่ต้องการสร้างกองทุนอิสระขนาดยักษ์แต่น่าเสียดายที่มันมีช่องโหว่ เพราะ TheDAO อนุญาติให้ผู้ลงทุนถอน ETH ตามที่ได้ลงทุนออกจากระบบได้ตามต้องการ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการจู่โจมครั้งนี้

ราคาดิ่งลงครั้งแรกเพราะโดนแฮก มันเริ่มดีดกลับเมื่อคนเชื่อว่ามีวิธีแก้ปัญหา และตอนนี้มันดิ่งลงอีกครั้งเพราะยังหาทางออกที่ชัดเจนไม่ได้

Hard Fork คือทางออก?

Hard Fork ทางออกสุดท้าย

hard fork คือข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการนำเงินทุนกลับคืนมา กล่าวสั้นๆว่า hard fork จะไปเปลี่ยนแปลงโค็ดใน TheDAO และ DarkDAO(แฮกเกอ ได้สร้าง DAO ซ้อนใน TheDAO อีกชั้นโดยดูด ETH มูลค่า 53ล้านเหรียญมาเก็บไว้ในนี้รอวันถอนออก) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโค๊ดนี้จะอนุญาติให้ นักลงทุนสามารถถอน ETH ออกจาก TheDAO และ DarkDAO ได้ตามที่ตัวเองลงทุนไป

แผนสำรองของกลุ่มโรบินฮู๊ด

กลุ่มโรบินฮู๊ดซึ่งประกอบไปด้วยแฮกเกอผู้ยึดถือคุณธรรมได้เตรียมแผนการบางอย่างไว้หากการ hard fork ไม่สำเร็จหรือมีอันต้องยกเลิกไป ซึ่งกลุ่มโรบินฮู๊ดดังกล่าวยังไม่สามารถเปิดเผยแผนการจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วัน ในการหาทางออกให้แก่ปัญหานี้ Ethereum คือการปฏิวัติ ครั้งใหญ่แห่งวงการเงินดิจิตอล แต่มันกลับสะดุดเพราะปัญหาด้านความปลอดภัย หากการ hard fork ไม่สำเร็จแล้วไม่สามารถนำเงิน 53ล้านกลับคืนสู่นักลงทุนได้ Ethereum อาจจะไม่ใช่สกุลเงินอันดับ2 รองจาก ฺBitcoin อีกต่อไป

อัพเดทวันที่ 15 ก.ค. 2559

ประกาศออกมาแล้วครับว่าจะ hardfork วันที่ 20 ก.ค. นี้

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.inverse.com/article/17788-dao-53-million-stolen-ethereum-hack-bitcoin-cryptocurrency-code-ether-july-14

อย่าลืมกดติดตาม ฺBLOG ThaiCC เพื่อรับข่าวสารได้ผ่าน Medium.com และ Facebook

https://www.facebook.com/thaicrypto/

FOLLOW US

9,899FansLike
1,034FollowersFollow
- Advertisement -

EDITOR PICKS