Monday, November 20, 2017

เส้นทางลงทุนของผม ตอนที่ 1

3

จุดเริ่มต้น

วันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังคุยอยู่ในกลุ่ม teamspeak กับเพื่อนๆ ก็มีเพื่อนผมคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “เฮ้ย Bitcoin ราคา 8000แล้วนะ”

ผมสงสัยแค่ว่ามันคืออะไร? แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจในตอนนั้น และยังคงกำลังเพลินอยู่กับการ เล่น Dota2

ต่อมาไม่นานนัก ผมได้ยินเพื่อนผมพูดกันอีกแล้วว่า “Bitcoin ราคา 10,000แล้วนะ” คราวนี้ผมเริ่มสนใจแล้วล่ะ

Bitcoin มันคืออะไร? ทำไมราคามันพุ่งจาก 8,000บาท ไป 10,000บาท ภายในเวลาไม่นาน

เดิมทีนั้นผมเป็นคนที่สนใจด้านการลงทุนพอสมควร ด้วยความเชื่อว่าการลงทุนคือหนทางหลุดพ้นจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน ผมไม่รอช้า รีบถามเพื่อนๆทันทีว่ามันคืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร? หลังจากศึกษาอยู่ 2–3วัน ด้วยความรู้อันน้อยนิด ผมรู้เพียงแค่ว่า มีคนต้องการซื้อและมีคนต้องการขายBitcoin ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วต่อการเริ่มต้นของผม

เพื่อนผมแนะนำให้ผมเข้ากลุ่ม line “ซื้อขาย bitcoin” โดยเพื่อนผมแนะนำว่าการเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือหา Bitcoinมาขายให้คนในกลุ่มนี้ โดยที่ผมรู้แค่ว่ามีคนจำนวนหนึ่งใช้ Bitcoinลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่

เอาวะ ไม่มีอะไรจะเสีย ไหนๆก็หนี้ท่วมหัวแล้ว ลองดูสักหน่อย โดยในขณะนั้นผมมีรายจ่ายและหนี้ตามรายการข้างล่าง

  • ได้รับเงินเดือน ประมาณ 27000บาทต่อเดือน
  • มีหนี้ ชพค. 1.2ล้านบาท (กู้มาซื้อรถและ ใช้จ่ายส่วนตัว)
  • หนี้บัตรเครดิท + บัตรกดเงินสดประมาณ 40,000บาท

ด้วยความที่เพืิ่อนผมเองสงสารผมอยากให้ผมมีช่องทางหากิน มันเลยให้ผมมา 1 Bitcoin (ในตอนนั้น Bitcoinมีมูลค่าประมาณ 10,000–12,000บาท) ฟรีๆเป็นทุนตั้งต้น เมื่อถึงสิ้นเดือนผมได้รับเงินเดือนมา ผมแบ่งมา 15,000 บาทมาทำทุน

โดยรวมแล้วผมมีเงินตั้งต้น เกือบๆ 30,000บาทเลยทีเดียว

ซื้อมาขายไป

ผมเริ่มต้นด้วยการเข้ากลุ่มไลน์และหาคนที่ต้องการซื้อ Bitcoin

โดยวิธีการนี้ง่ายๆ ผมแค่โอนเงินไปไว้ในกระดานซื้อขายbx.in.th เมื่อผมเจอคนที่ต้องการซื้อbitcoinในกลุ่มไลน์ ผมจะไปซื้อจากกระดานBXมาขายโดยบวกราคาไป 100–300บาท

เมื่อผมได้เงินมาแล้ว ก็นำเงินนั้นโอนกลับเข้าไปใน BX และทำซ้ำเรื่อยๆ ในระหว่างนั้นผมก็เริ่มศึกษามากขึ้นเกี่ยวกับ Bitcoin, Blockchain, Cryptocurrency แต่ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องการเทรดหรือการขุดเลย สิ่งที่ผมทำก็แค่ Arbitrage โดยทำกำไรจากราคาที่แตกต่างใน 2ตลาด คือกลุ่มไลน์ และBX

ต่อมาผมเริ่มรู้จักเว็บซื้อขาย coins.co.th ยิ่งทำให้ผมเห็นช่องว่างความแตกต่างของราคาที่เกิดขึ้น (ในสมับก่อนนั้น coins ยังไม่ได้ปรับ index ราคาให้ตรงกับ bx เพราะฉะนั้นราคาซื้อขายของ coins และ bx จึงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ)

1 เดือนผ่านไป

ไม่น่าเชื่อว่าการซื้อมาขายไป ที่ผมทำซ้ำเรื่อยๆ ไม่ต้องใช้อะไรมากนอกจากความสามารถในการคุยและหาลูกค้า ผมทำกำไรได้มากเกินเท่าตัว คือประมาณ 50,000กว่าบาท

ในเวลานั้นผมคิดทันที การหาเงินทางนี้มันช่างง่ายเหลือเกิน แล้วจะรออะไรล่ะ? ความโลภเข้าครอบงำ ผมหาทางกู้เงินนอกระบบมาเพิ่มทุนอีก 200,000บาท และเอารถของตัวเองรีไฟแนนซ์ได้เงินมาอีก 300,000บาท รวมแล้วผมเพิ่มทุนทันที 500,000บาท!!

โดยตอนนี้ผมมีหนี้ทั้งหมด

  • ได้รับเงินเดือน ประมาณ 27000บาทต่อเดือน
  • มีหนี้ ชพค. 1.2ล้านบาท (กู้มาซื้อรถและ ใช้จ่ายส่วนตัว)
  • หนี้บัตรเครดิท + บัตรกดเงินสดประมาณ 40,000บาท
  • หนี้นอกระบบ 200,000บาท
  • หนี้รถรีไฟแนนซ 300,000บาท

รวมแล้วผมมีหนี้ 1.7ล้านเศษๆ (555 ไม่ต้องไปกลัว ผมคอยบอกตัวเองแบบนี้)

แต่ผมมีเงินทุนรวมแล้ว 550,000บาท! เอาล่ะได้เวลาจับเสือมือเปล่ากันแล้ว!

2 เดือนผ่านไป

ในตอนนี้ ผมได้กำไรจากการซื้อมาขายไปมากขึ้นเรื่อยๆ ราคา Bitcoinช่วงนี้พุ่งขึ้นไปแตะ 15,000บาท และร่วงกลับมาที่ 10,000บาท แต่ก็ไม่มีผลกระทบอะไรต่อผม ในทางกลับกันมันกลับทำให้ผมทำกำไรมากขึ้นไปอีก ด้วยการซื้อขายจาก BX ไป Coins จนปริมาณ Volume การซื้อขายของผมเวลานั้นติดอันดับ 1ใน5 ของ Coins

2เดือนผ่านไป ผมมีเงินทุนมากถึง 700,000บาท ผมในเวลานั้นได้แต่คิดว่า ไม่นานผมจะมีเงินล้านแน่ๆ นี่ล่ะคือทางออกของหนี้ผมที่สะสมมานาน

แต่อย่างไรก็ตามการต้องคอยเจียดเงินทุนออกมาชำระหนี้บางส่วนมันช่างทรมานเหลือเกิน ผมเลยตัดสินใจใช้หนี้นอกระบบไปก่อน 200,000บาท ทำให้ผมเหลือเงินทุนประมาณ 500,000บาท

จุดเปลี่ยน

ในตอนนั้นผมเริ่มมองเห็นข้อเสียของ การซื้อมาขายไปแล้ว มีคนเข้ามาในกลุ่มมากขึ้น มีพ่อค้าแม่ค้ามากขึ้น ผมไม่สามารถหาลูกค้าได้เหมือนก่อน ของแบบนี้ใครๆก็ทำได้ มันไม่ต้องใช้ความสามารถอะไร ผมจึงเริ่มมองหาหนทางใหม่ ซึ่งในตอนนั้นเองผมได้่รู้จัก Poloniex

ครั้งแรกที่ผมรู้จัก Poloniex เจ้าตลาดคริปโตขนาดยักษ์ที่มีคนซื้อขายเหรียญอะไรก็ไม่รู้นอกจาก Bitcoin เต็มไปหมด ในแต่ละวันมีคนซื้อขายกันมากมายและบางเหรียญมีอัตราเปลี่ยนแปลงมากถึง 100% -200% แม่เจ้า ส่วนต่างกำไรนี้มันมหาศาลจริงๆ ผมรีบโอน BTC ไป Poloniex ทันที จำนวน 2BTC และหลังจากศึกษาได้3วัน ผมทดลองซื้อเหรียญคริปโตแรกในชีวิตของผมนั่นคือ ETH

ด้วยความรู้แค่ 2–3เดือน ผมไม่รู้อะไรมากหรอก ผมรู้เพียงแค่ว่าหลังจากผมได้อ่านเกี่ยวกับ Ethereum มา 2–3วัน ผมรู้ทันทีว่าเหรียญนี้มันต้องอนาคตไกลแน่ๆ

ผมเลยตัดสินใจซื้อ ETH ที่ราคาประมาณ 0.006BTC หรือประมาณ 2$ ในตอนนั้น

เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เจ้า ETH ที่ผมซื้อที่ 0.006BTC มันพุ่งไป 0.008BTC!!

ผมขายทันที ในเวลานั้นหลักการเทรดอะไรผมไม่รู้จักทั้งนั้น ผมรู้แค่ว่าผมมีกำไร! (ในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ ผมนึกถึงอดีตเวลานั้นผมอยากด่าตัวเองว่ามึงมันช่างอ่อนหัดจริงๆ)

จุดเริ่มต้นของจุดจบ

ด้วยความโลภเข้าครอบงำ ผมมีกำไรมากขึ้นจากการลงทุนเบื้องต้น 2BTC

ผมในเวลานั้นเหมือนหมาป่าที่หิวกระหาย ผมตัดสินใจซื้อ BTC อีก20กว่าๆ และโอนไปที่ Poloniex ทันที และนั้นคือการบอกลาชีวิต Arbitrage และเข้าสู่สายเทรด(มือใหม่)แบบเต็มตัว

ผมเข้าซื้อ ETH อีกครั้งที่ 0.015BTC โดยเป็นการซื้อแบบ All-in ซื้อหมดน่าตักที่มี (ผมซื้อETHในตอนนั้นไปประมาณ 25BTC) เพราะผมเชื่อว่า ETH ไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน!

และเท่านี้ยังไม่สะใจ! ความโลภที่มีมันลุกโชนในตัวผม ผมยังเอาETHที่ผมมีทั้งหมดโอนเข้าไปในพอรท์ margin เพื่อยืมเงินมาซื้อ ETHซ้ำอีกรอบ!! ในเวลานั้นผมถือ position long อยู่มากกว่า 5000ETH และผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นถูกต้อง

ตูมมม!! ระเบิดลง ETH ร่วงมาที่ 0.008BTC อีกครั้ง และนี่คือประสบการณ์ครั้งแรกของการโดน Margin Called ที่ทำให้ผมขาดทุนครั้งแรก มากถึง 10BTCกว่าๆ

ผมโดน ระบบ Margin ปิด position เพื่อให้เหลือเงินค้ำประกัน สุดท้ายแล้วจาก 25 BTC นั้นผมเหลือเพียง 13BTC เท่านั้น

ผมมานั่งทบทวนอีกครั้งว่าผมขาดทุนขนาดนี้ได้ยังไง อะไรกันที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ผมนั่งจดรายการข้อเสียของตัวเองลงในกระดาษ และตอนนั้นเองที่ทำให้ผมรู้ว่า ผมมันช่างอ่อนหัดเหลือเกิน

  • ผมไม่ใช่ Trader ผมเป็นแค่ Gambler ผมไม่ได้ดูชารท์เทคนิคอะไรทั้งนั้น ผมแค่ตัดสินใจซื้อเหมือนแทงสูงต่ำ ไม่ต่างอะไรกับการพนัน
  • ผมช่างโง่เขลา ผมไม่มีการวางแผนการลงทุนอะไรทั้งนั้น ไม่มีคำว่าจัดสรรปันส่วน หรือกระจายความเสี่ยงใดๆ
  • ผมมีแต่ความโลภ และความกล้าได้กล้าเสีย ผมคิดถึงแต่ผลกำไรและไม่เคยคิดเรื่องการขาดทุน
  • ผมหยิ่งยโสในตัวเอง ผมไม่อ่านหรือศึกษาแนวทางการการเทรดของอาจารย์ไหนๆ ผมไม่เคยเชื่อใครและผมเชื่อแค่ตัวเอง
  • ผมใจร้อนและขาดความอดทน ทุกๆก้าวเต็มไปด้วยความเสี่ยง

ผมทำใจสักพักและคิดว่า เอาล่ะด้วยเงินทุนที่เหลือตอนนี้ อย่างน้อยผมก็ไม่หมดตัว ผมจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งและครั้งนี้มันจะต้องดีกว่าเดิม!

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป

วิเคราะห์การระดมทุน Cofound.It

578

Cofound.It เปิดระดมทุนแล้ว

วันที่ 7 มิ.ย. 60 – 5 ก.ค. 60

Cofound.it นั้นมีไอเดียตามชื่อที่ตั้งขึ้นมา คือหมายถึงการร่วมก่อตั้งบริษัทหรือ startup ต่างๆขึ้นมาด้วยกัน แนวทางของ Cofound.it ในแวดวงของ startup นั้นเราจะเรียกว่า Accelerator หรือ Incubator เพื่อวิเคราะห์ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ startup ทั้งหลายสามารถระดมทุนผ่าน Cryptocurrencyได้

หน้าที่หลักๆของ Cofound.it คือ

  • คัดกรอง startup ที่น่าสนใจ
  • เป็นพี่เลี้ยงแนะนำตลอดจนเป็นที่ปรึกษา
  • ทำการตลาดและ due diligence
  • ช่วยให้ startupนั้นๆ ระดมทุนผ่าน crowdfunding ได้จนสำเร็จ

ในโลกแห่งTokenizationนั้น ยังมีอีกหลายโปรเจคและหลากหลายไอเดียครับที่สามารถระดมทุนและตอบแทนนักลงทุนด้วย Token ซึ่งถือว่าเป็นการระดมทุนแนวใหม่ที่ทำให้บริษัทไม่ต้องสูญเสีย equity ไป

ที่สำคัญนั้นยังดีกว่าการระดมทุนผ่าน Kicstarter หรือ indiegogo ที่ “backer” ได้รับของรางวัลที่ไม่ได้มีประโยชนอะไรนักในฐานะผู้สนับสนุน

นโยบายการคัดเลือก startup ของ Cofound.it นั้นคือ face to face คือใครที่มีไอเดียจะสร้างอะไรก็ตามต้องเดินทางเข้ามาพบกับทีมงาน Cofound.it ตัวต่อตัวเท่านั้น หลังจากนั้นจะมี workshop เพื่อปรึกษา ปรับแต่ง และคัดกรอง โดยขั้นตอนนี้จะดำเนินการโดยทีมงานมืออาชีพของ Cofound.it เพื่อสรรหาโปรเจคที่น่าสนใจที่สุดเพื่อนำเสนอแก่นักลงทุน

เป้าหมายที่สำคัญของ Cofound.it ในปี 2017 และ 2018

ในปี 2017

  • เปิดตัว 10 โปรเจค
  • สร้างรากฐานของแพลทฟอร์มให้พร้อมสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีความรู้อะไรเรื่องคริปโต

ในปี 2018

  • เปิดตัว 30 โปรเจค
  • พัฒนาและทดสอบคุณสมบัติฟังก์ชันการทำงานที่กำหนดไว้ในปี 2017
  • สร้าง Roadmap สำหรับแพลทฟอร์มในปี 2018
  • เปิดใช้งานการเก็บรวบรวมเงินลงทุนแบบง่ายๆจากนักลงทุนที่ยังใหม่ต่อ crypto

ข้อมูลสำคัญเรื่อง ICO

ชื่อเหรียญ : CFI
จำนวนเหรียญทั้งหมด : 500,000,000
แบ่งขายใน ICO: 125,000,000
สำหรับทีมงาน : 100,000,000
สำรองไว้ใช้ในอนาคต: 125,000,000
สำหรับ ICONOMI: 50,000,000
สำหรับซื้อทรัพย์สินของ Cashila: 100,000,000

token ทำงานบน: เครือข่ายEthereum
จะได้รับเหรียญเมื่อไหร่: 2 อาทิตย์หลังจบ ICO
ระดมทุนโดย: ETH เท่านั้น
จำนวนเงินที่ต้องการขั้นต่ำ: $2.5ล้าน
จำนวนเงินที่ต้องการสูงสุด: $12.5ล้าน

โดย Cofound.it มี stretch goal ในการลงทุน โดยขั้นต้นนั้นทีมงานต้องการเงินทุน $2.5ล้าน

และทุกๆ $1ล้านที่ระดมทุนได้หลังจากนั้น จะถูกนำไปขยายHubของCofound.it และจ้างทีมงานผู้เชียวชาญจากทั่วโลก

นั่นหมายความว่าหาก Cofound.it สามารถระดมทุนได้ $12.5ล้าน ทีมงานจะมีHubทั่วโลกมากกว่า10แห่งเพื่อคัดกรองstartupต่างๆเลยทีเดียว

มีสามโปรเจคที่เซ็นสัญญากับ Cofound.it เรียบร้อยแล้ว

Santiment


Santiment คือแพลตฟอร์มข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการซื้อขายที่มีค่าเพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยความมั่นใจมากขึ้น Santiment จะเริ่มระดมทุนในวันที่ 30 มิถุนายน 2017

Musiconomi

Musiconomi คือการส่วนเสริมของแพลตฟอร์มที่สร้างโดย Musicoin Project นอกจากจะช่วยให้นักดนตรีสามารถขายงานของพวกเขาแล้วยังสามารถสร้างใบอนุญาตที่เรียบง่ายขึ้นซึ่งสามารถรับการชำระเงินโดยตรงได้ทันทีสำหรับการเล่นแต่ละครั้ง Musiconomiจะให้ผู้ที่ชื่นชอบดนตรีมีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเพลงที่กำลังเติบโตและให้บริการสตรีมมิ่งระดับโลกกับผู้ฟัง  การระดมทุนของพวกเขาจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2017

X8 Currency


สกุลเงินX8 คือการสร้างสกุลเงินที่มีเสถียรภาพแบบดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายในสกุลเงินจริงๆต่างๆ X8currencyจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตั้งเป้าให้ X8เป็นสกุลเงินที่มั่นคงและเป็นเหมือนที่หลบภัยสำหรับนักลงทุนcrypto โครงการระดมทุนของพวกเขาจะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2017

และยังมีอีก 4 โปรเจคที่กำลังอยู่ในระหว่างเซ็นสัญญา โดยตอนนี้คิวงานของCofound.itนั้นแน่นจนไปถึงเดือนตุลาคม ในขณะนี้ทีมงานอ้างว่าได้ปฏิเสธโปรเจคไปมากกว่า30โปรเจค เพราะต้องการคัดเลือกโปรเจคที่มีคุณภาพดีเท่านั้น

 

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน BAT [VIPClub]

688

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน BAT

วันที่ 31 พ.ค. 60 – 31 มิ.ย. 60

BAT หรือ Basic Attention Token เป็น ERC20 token บน ETH ที่จะใช้ร่วมกับ Brave Browser เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้เบราว์เซอร์ Brave สร้างรายได้จากวิธีที่พวกเขาเลือกที่จะมีส่วนร่วมกับโฆษณาและข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปันกับนักการตลาด ในการนี้เอง ผู้ใช้จะได้รับBATเป็นรางวัลตอบแทน

ข้อมูลสำคัญเรื่อง ICO

ICO : วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 – 31 มิถุนายน 2560 (capที่ 156,250 ETH)

  • ลงทุนโดย ETH เท่านั้น
  • ราคา 1 ETH = 6,400 BAT
  • วางขาย 1,000,000,000BAT
  • สำหรับพัฒนาโปรเจค: 200,000,000 BAT
  • สำหรับสนับสนุนการเติบโตของผู้ใช้งาน: 300,000,000 BAT

วิเคราะห์ความน่าสนใจในการลงทุน

ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ผมจะแบ่งปัจจัยต่างๆที่น่าจะมีผลต่อราคา BAT ในอนาคต โดยพยายามเลือกปัจจัยที่น้ำหนักเท่าๆกัน แบ่งออกเป็น5ข้อดังนี้

1.ความน่าสนใจของ product (5/10)

โปรเจค BAT คือทำให้ user ที่ 99%ไม่สนใจads กลับมาสนใจads แลกกับการตอบแทนด้วยBATtoken

  •  มันจะworkเหรอ? ผมลองถามตัวเองว่าผมจะยอมนั่งดูโฆษณาหรือตอบแบบสอบถามเพื่อ BAT tokenไหม? ตรงนี้เรายังไม่รู้อะไรเพราะทีมงานไม่ได้ทำการวิจัยจริงๆกับผู้ใช้ก่อน(ควรจะต้องวิจัยและแนบผลวิจัยประกอบเพื่อให้นักลงทุนแน่ใจว่าไอเดียนี้จะwork)
  • ใช้บน Brave browser เท่านั้น?? มีคนใช้งาน braveมากน้อยแค่ไหน? เป็น extensionบน chromeได้ไหม?

ตรงนี้ยังไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่

 

2.ทีมงาน (9/10)

จุดขายเดียวของโปรเจคนี้คือทีมงานมีความน่าเชื่อถือสูง เพราะผู้ก่อตั้งคือ Brendan Eich ผู้ให้กำเนิด JavaScript และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Mozilla & Firefox

นอกเหนือจากนั้นแล้วทีมงานทุกคนก็ดูมีประสบการณ์ดี เพราะมีทีมงานจาก Braveมาร่วมด้วย

3.แผนการทำงานและการพัฒนา (7/10)

แผนการจัดสรรเงินทุน ก็ดูเหมาะสมดี

Roadmap ไม่ได้บอกไว้ว่าจะทำตามเป้าได้ภายในระยะเวลากี่เดือน

4.กระแสของโปรเจคและชุมชน (8/10)

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบของ BAT คือกระแสของโปรเจคนี้ที่ค่อนข้างดี มีคนพูดถึงเยอะมากทั้งใน slack และ reddit

อีกทั้งโปรเจคยังมี hardcap ทำให้นักลงทุนส่วนมากกลัวที่จะพลาดโปรเจคนี้ นี่น่าจะช่วยให้ราคาของBATไม่ตกต่ำมากเมื่อเข้ากระดานซื้อขาย

5.คู่แข่งในตลาด (5/10)

คู่แข่งทางตรงไม่มี เพราะยังไม่มีใครคิดไอเดียนี้ออกมา แต่คุ่แข่งทางอ้อมคือช่องทางการใช้งานBATต้องผ่าน BRAVE และ คู่แข่งของBRAVEมีมากมายทั้ง Chrome และbrowserอื่นๆ ดังนั้นนี่เป็นปัญหาสำคัญที่มงานต้องเผชิญว่าต้องทำอย่างไรจึงจะดึงดูดผู้คนมาใช้ BRAVE

 

สรุป (6.8/10)

ในแง่ของการลงทุนโปรเจคนี้ legit ไม่ต้องห่วงเรื่องโดนโกงหรือ scam เพราะเป็นทีมงานที่มีตัวตนจริงๆ และมีประสบการณ์ตรง อีกทั้งยังมีโปรดักที่ทำงานแล้วคือ Brave browser จริงๆ เพราะงั้นมั่นใจว่าทีมงานจะสามารถทำได้

ขั้นตอนการลงทุน

  1. ถอน ETH จาก exchange ไปเก็บไว้ที่ MEW wallet 
  2. ภายใน MEW เลือก send ether
  3. ใส่เลข contract address ของ BAT ซึ่งสามาถดูได้ที่หน้านี้
  4. ใส่จำนวน ETH ที่ต้องการลงทุน
  5. กด generate transaction
  6. confirm
  7. สิ้นสุดการลงทุน
  8. ห้ามใช้ exchange ในการส่ง ETH เด็ดขาด

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน Aeternity [VIPClub]

315

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน Aeternity

วันที่ 9 พ.ค. 60 – 18 มิ.ย. 60

Aeternity คืออะไร?

Aeternity คือ smart contract platform หรือง่ายๆ คือทีมงานกลุ่มนี้ต้องการสร้างBlockchainแบบ Ethereumที่อัพเกรดคุณสมบัติเพิ่มเติมเข้าไปหลายอย่างอาทิเช่น

  • Smart contract – เหมือน ETH
  • Hybrid (PoW) and (PoS) algorithm – Algo สายผสมทั้งขุดและ stakeได้พร้อมกัน
  • Unique Governance – การปกครองที่ miner และ hoder มีอำนาจโหวทตัดสินใจด้วยกันได้
  • Decentralized Oracles – อันนี้ผมสารภาพว่าไม่เข้าใจว่ามันดียังไง
  • State Channels – เพื่อป้องกันความผิดพลาด smart contract จะถูกติดตั้งใน off chain state channels และจะถูกบังคับใช้งานโดย æternity blockchain

ข้อมูลสำคัญเรื่อง ICO

ICO : วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 – 18 มิถุนายน 2560 (capที่ 21,000,000$)

  • ราคา 1 ETH = 800AE (วันแรก)
  • ราคา 1 ETH = 750AE (อาทิตย์แรก)
  • ราคา 1ETH = 700AE (อาทิตย์ที่สอง)
  • ราคา 1ETH = 650AE (อาทิตย์ที่สาม)

ดังนั้นถ้า ETH ราคา 162$ แล้วคุณลงทุนวันแรก ราคาต้นทุนของ 1AE เท่ากับ 162/800 = 0.2$ แต่เนื่องจากAEเคยเปิดpresaleมาแล้วรอบหนึ่งเมื่อเดือนเมษายน ดังนั้นก่อนที่คุณคิดจะลงทุนในโปรเจค Aeternity ลองมาดูราคาต้นทุนของคนที่ลงpresaleบ้าง เพื่อเปรียบเทียบกัน

PRE-SALE: 3-6 เมษายน 2560 (ผ่านมาแล้ว)

  • ราคา 1 ETH = 1100AE (วันแรก)
  • ราคา 1 ETH = 1000AE (วันที่2+3)
  • ระดมทุนไปแล้ว 121,297ETH, 323BTC
  • ผู้ร่วมลงทุน 2511คน

ในวันที่ 3 เมษายน นั้น ETHราคา 45$ ดังนั้นคนที่ลงทุนวันแรกจะได้ราคาต้นทุน 1AEเท่ากับ 45/1100 = 0.04$

สรุปคือใครจะลงทุนใน ICO ของ Aeternity จะต้องจ่ายแพงกว่าคนที่ลงpresaleมากถึง 5เท่า

วิเคราะห์ความน่าสนใจในการลงทุน

ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ผมจะแบ่งปัจจัยต่างๆที่น่าจะมีผลต่อราคา AE ในอนาคต โดยพยายามเลือกปัจจัยที่น้ำหนักเท่าๆกัน แบ่งออกเป็น5ข้อดังนี้

1.ความน่าสนใจของ product (6/10)

ไอเดียในการทำ smartcontract platform ของทีมงานนั้นน่าสนใจ โดยเฉพาะการรวมคุณสมบัติเด่นๆหลายๆอย่างเข้ามาไว้ด้วยกัน ไหนจะข้อได้เปรียบที่ทีมงานเรียนรู้จากการที่ปล่อยให้โปรเจคอื่นนั้นเปิดตัวไปก่อนและต้องเจอปัญหาหลายๆอย่าง (ETH)

แต่สิ่งสำคัญคือไอเดียส่วนใหญ่นั้นเป็น proof of concept ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะสามรถทำได้จริงหรือไม่ ดังนั้นนี่จึงเป็นการลงทุนในไอเดียในกระดาษที่ต้องหวังว่าทีมงานจะทำมันได้จริงตามที่กล่าวอ้าง ( mainnet launch 2018)

2.ทีมงาน (7/10)

จากทีมงานหลัก8คน มี2คนที่เป็น coder

ผู้ก่อตั้งคือ Yanislav Malahov ซึ่งอ้างว่าเขาเคยร่วมงานกับ Vitalik Buterin อยู่พักหนึ่ง และมีประสบการณ์ด้านนี้พอสมควร แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงที่ทีมงานยังขาด developerจริงๆ นอกเหนือจากนั้นแล้วทีมงานก็มีครบทุกด้านที่องค์กรควรจะมี

  • ทีมงานเคยไปนำเสนอที่ Ethereum London
  • Founder อ้างว่าเคยร่วมงานกับ Vitalik และ Ethereum มาก่อน
  • มีฝ่ายการตลาด
  • มีฝ่ายกฏหมาย
  • มีฝ่ายออกแบบ
  • มีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

3.แผนการทำงานและการพัฒนา (3/10)

จาก Roadmap นั้น คาดว่า mainnet จะแล้วเสร็จในไตรมาสที่1ปี 2018 ดังนั้นโปรเจคนี้อาจจะใช้เวลาอย่างน้อยเกือบ1ปี ถึงจะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง (แต่มี testnetให้ทดลองใช้ซึ่งยังมีฟีเจอร์ไม่ครบ และมีbugพอสมควร)

รายละเอียดตรงนี้ ผมถือว่ายังไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้บอกอะไรเลยว่าหลังจาก Q1 2018 ไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะมีการพัฒนาอะไรต่อมั๊ย? และคุณสมบัติต่างๆที่นำเสนอมาจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่??

  • ไม่มีแผนการจัดการเรื่องการใช้เงินทุนเลย
  • ไม่มีแผน vesting เลยว่า ETH ทีระดมทุนไปนั้น จะนำออกมาใช้มากน้อยแค่ไหน
  • ไม่มีแผนบอกเลยว่าทีมงานได้ AE มากน้อยแค่ไหน
  • ไม่มี escrew

**มีความเสี่ยงที่ทีมงานสามารถเทขายETHที่ระดมทุนไป และเทขายAEในส่วนของทีมงาน**

4.กระแสของโปรเจคและชุมชน (3/10)

  • กระแสเงียบๆ แม้แต่ใน slackของ Aeternityเองก็มีคนแค่ 500กว่าคน
  • ไม่เห็นข่าวในเว็บใหญ่ๆ
  • ทีมงานไม่ได้ไปพรีเซ้นตามงานสัมนาบ่อยนัก

ดูจากกระแสที่เงียบแบบนี้ แต่presaleกลับสามารถระดมทุนไปได้มากถึง 120,000ETH อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการซื้อเหรียญตัวเองเพื่อสร้างกระแสหรือไม่

 

5.คู่แข่งในตลาด (3/10)

  • Ethereum
  • Qtum
  • Dfinity
  • อีกเยอะแยะ

ถ้าจะพูดถึงคู่แข่งแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า Aeternity จะแพ้ตั้งแต่ยังไม่คลอดหรือเปล่า? สิ่งที่ ETH EEA ทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการคริปโต แล้วกว่าที่ Aeternityจะคลอดในปี2018  จนกว่าจะถึงเวลานั้น ETHจะไปถึงไหนแล้ว?

สรุป (4.4/10)

Aeternity นั้นน่าสนใจในแง่ของไอเดีย แต่ยีงมีข้อบกพร่องเรื่องแผนการดำเนินงาน การจัดการเงินทุน และที่สำคัญมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง Ethereum

ที่สำคัญอีกเรื่องคือใครจะลงทุนใน ICO ของ Aeternity จะต้องจ่ายแพงกว่าคนที่ลงpresaleมากถึง 5เท่า

ขั้นตอนการลงทุน

  1. ถอน ETH จาก exchange ไปเก็บไว้ที่ MEW wallet 
  2. ภายใน MEW เลือก send ether
  3. ใส่เลข contract address ของ AE ซึ่งสามาถดูได้ที่หน้านี้
  4. ใส่จำนวน ETH ที่ต้องการลงทุน
  5. กด generate transaction
  6. confirm
  7. สิ้นสุดการลงทุน
  8. ห้ามใช้ exchange ในการส่ง ETH เด็ดขาด

 

เช็คยอด AE ที่ได้รับ ได้ที่นี่ https://wallet.aeternity.com/

 

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน Aragon [VIPClub]

609

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน Aragon

ระดมทุน 17 พ.ค. 60–14 มิ.ย. 60

** บทความนี้เป็นบทความพิเศษ จะเปิดให้คนทั่วไปอ่านฟรีหลังจากที่ Aragon เปิดระดมทุนแล้ว**

*** สำหรับสมาชิกกลุ่ม ThaiCrypto VIP Club  สามารถใช้ password เปิดอ่านได้ทันที ***

ไอเดียของโปรเจค Aragon นั้นพูดสั้นๆ ง่ายๆ คือเขาต้องการสร้าง องค์กรเสมือนที่สามารถทำงานอยู่บนบล็อกเชนได้ โดยในองค์กรนั้นๆสามารถ สร้างและแจกแจงบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนบนองค์กร จัดสรรหุ้นส่วนขององค์กร โหวทเพื่อลงมติเห็นชอบในการจัดการ

ตัวอย่างการจัดสรรหุ้นส่วนขององค์กร

ซึ่ง Aragon network นั้นคุณมีอิสระที่จะสร้าง บริหาร จัดการองค์กร ที่สามารถทำงานอย่างอิสระบนบล็อกเชนได้ หรือจะเปิดการระดมทุนด้วยตัวคุณเองก็ได้

คลิปวิดีโอด้านบนนั้นเป็นตัวอย่างการเปิดการระดมทุนด้วยตนเอง

สามารถทดลองด้วยตนเองได้ที่นี่ https://alpha.aragon.one/

รายละเอียดการระดมทุน 17 พ.ค. 60–14 มิ.ย. 60

Aragon (ANT token)

ราคา = 100ANT ต่อ 1ETH ในสัปดาห์แรก และ 66ANT ต่อ 1ETH ในสัปดาห์ที่2

**ใช้ ETH ในการลงทุนเท่านั้น**

จำนวนทั้งหมด = ขึ้นอยุ่กับจำนวนที่ขายได้

สัดส่วนการแบ่งขาย

  • 70% ถูกขายในการระดมทุน
  • 15% สำหรับทีมงานและผู้สนับสนุนหลัก
  • 15% สำหรับ Aragon Foundation

จำนวนเงินขั้นต่ำของการระดมทุน = ไม่มี

จำนวนเงินสูงสุดที่ต้องการ = Hidden cap (ทีมงานต้องการระดมทุนให้มากที่สุด แต่เพื่อป้องกันการระดมทุนที่มากเกินความจำเป็น ทีมงานจึงใส่ hidden cap เข้ามา ซึ่งเมื่อการระดมทุนได้ตามยอดนี้เมื่อไหร่ จะถือว่าจบการระดมทุนทันที)

ทำไมต้องซ่อนยอดลิมิทไว้?

  • เพื่อป้องกันขาใหญ่มาเหมาหมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
  • เพื่อให้โอกาสคนธรรมดาได้ลงทุนทั่วถึงกัน

จากการคาดเดาว่ากันว่า Hidden Cap น่าจะอยู่ที่ประมาณ 25-50ล้านเหรียญสหรัฐ

Founder Vesting คืออะไร?

เพื่อความบบริสุทธิ์ใจ และเพื่อความสบายใจของคนที่ลงทุน ทีมงานใช้ระบบ smart contract เข้ามาควบคึมการ vesting (ทยอยให้tokenตามเวลา) โดย

เหรียญที่ทีมงานได้รับ = vesting เป็นเวลา2ปี โดยจะทยอยรับ25%จากสัดส่วนของทีมงาน ทุกๆเวลา 6เดือน (หากทีมงานมี 1,000,000ANT พวกเขาจะได้ 250,000ทุก6เดือน เป็นเวลา2ปี)

เหรียญสำหรับผู้สนับสนุนหลัก = vesting เป็นเวลา 6เดือน โดยจะจะทยอยรับ50%จากสัดส่วนของพวกเขา ทุกๆ3เดือน (หากผู้สนับสนุนหลักมี 1,000,000ANT พวกเขาจะได้ 500,000ในเดือนที่3 และอีก500,000ในเดือนที่6)

ทำไมต้องมี vesting? เพื่อให้นักลงทุนสบายใจว่าพวกเขาไม่สามารถเทขายเหรียญลงในตลาดได้ทันทีหลังจากจบการระดมทุน

แผนการใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน

ทีมงานยอมรับว่าเริ่มโปรเจคกันแค่2 คน และต้องการใช้เงินระดมทุนส่วนมาก(65%)ในการจ้าง developer หลายอัตรามาช่วยทำให้โปรเจคนี้สำเร็จ

นอกเหนือจากนั้นแล้วการใช้เงินในอัตราส่วนต่างๆก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่

วิเคราะห์ความน่าสนใจในการลงทุน

ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ผมจะแบ่งปัจจัยต่างๆที่น่าจะมีผลต่อราคา ANTในอนาคต โดยพยายามเลือกปัจจัยที่น้ำหนักเท่าๆกัน แบ่งออกเป็น5ข้อดังนี้

1.ความน่าสนใจของ product (7/10)

ในมุมมองของผม งานนี้ต้องตั้งคำถามก่อนว่า

  • Aragon ออกแบบมาสำหรับทุกคนไหม?
  • ทำไมองค์กรต้องอยู่บนบล็อกเชน? จำเป็นไหม?

ดังนั้นถ้ามุมมองของคนทั่วไปอาจจะคิดว่าไม่จำเป็น

แต่ในมุมมองขององค์กร นี่อาจจะเป็นการปฏิวัติระบบและขั้นตอนการทำงานก็เป็นได้

แล้วตกลงมันน่าสนใจหรือไม่? ตรงนี้แล้วแต่มุมมอง แต่เท่าที่ผมสำรวจความคิดเห็นของคนส่วนมาก เขาก็ค่อนข้างตื่นเต้นกับไอเดียนี้เหมือนกัน เรายังไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยนี้ก็เป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง

คะแนนในส่วนนี้จึงอาจจะแตกต่างไปแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

2.ทีมงาน (8/10)

สิ่งที่ทำให้ คนสนใจในโปรเจคนี้ส่วนหนึ่งมาจากความน่าเชื่อถือของผู้ก่อตั้ง

โดย Luis Cuende นั้นกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ทั้ง best underage European programmer in 2011, Forbes 30 Under 30, MIT TR35 และยังเป็นที่ปรึกษาให้แก่ VP ของ European Commission ส่วนทีมงานอีกคน Jorge Izquierdo พวกเขาสองคนรู้จักกันมาได้ 6ปีแล้ว และต่างก็เป็น developer ทั้งคู่ ดังนั้นสิ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่าพวกเขาน่าจะทำโปรเจคนี้ได้สำเร็จเพราะว่าพวกเขาเป็นคนปั้นมันขึ้นมากับมือ

ทีมงานหลักเป็น Developer = check!

ความน่าเชื่อถือ+ความสามารถ = check!

สร้างไปแล้ว หรือว่าเป็นแค่ไอเดียบนกระดาษ = check! (Alpha พร้อมทดสอบที่ https://alpha.aragon.one/)

ขนาดของทีมงาน = 2คน (น้อยมาก)

ทีมการตลาด = ไม่มี

ทีมกฏหมาย = ไม่มี

ที่ปรึกษา = check!

สิ่งที่ต้องกังวล = พวกเขาจะสามารถควบคุมและบริหารจัดการเงินทุน + ทีมงานที่จะจ้างมาในอนาคตได้หรือไม่

สิ่งที่ไม่ต้องกังวล = เชิดเงินหนี, โปรเจคไม่คืบหน้า, หลอกลวง, ทีมงานเทเหรียญตัวเองลงในตลาด

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจในทีมงานคือ ทีมงานประกาศ vesting 2ปี ตรงนี้ทำให้นักลงทุนอุ่นใจขึ้นเยอะว่าพวกเขาจะไม่โดนทีมงานเทเหรียญลงในตลาด

3.แผนการทำงานและการพัฒนา (7/10)

เมื่อเช็คแผนการพัฒนาจาก development plan แล้ว มีเป้าหมายสำคัญๆดังนี้

0.1 — The Initial Release = Private Alpha: February 2017

0.2 — The Public Release = Private Alpha: February 2017

0.3 — The Governance Release = Alpha: April 2017

0.4 — The Money Release = Alpha: June 2017

0.5 — The Modular Release = Alpha: September 2017

0.6 — The Upgradeable Release = Alpha: December 2017

0.7 — The Network Release = Alpha: March 2018

0.8 — The Court Release = Alpha: Q3 2018

1.0 — The Release = ?? อาจจะ 2019

ดังนั้น นี่เป็นโปรเจคระยะยาว โดยใช้เวลาพัฒนาอย่างน้อย 1ปี เราถึงจะได้เห็น Aragon network ที่สามารถทำงานได้จริงๆ และอาจจะกินเวลาถึง2ปี แต่อย่างน้อยทีมงานก็มีแผนการจัดการและการบริหารเงินทุนที่ดี โดยมีรายละเอียดครอบคลุมชัดเจน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

คะแนนในส่วนนี้ อาจจะต้องวิเคราะห์ก่อนว่า Aragonสามารถระดมทุนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าทีมงานขยายใหญ่ขึ้น และมีเงินระดมทุนไม่มากพอ มันอาจจะไม่เพียงพอในการพัฒนาได้ถึงระยะเวลาที่กำหนด

4.กระแสของโปรเจคและชุมชน (8/10)

กระแสของ Aragon นั้นดีมากๆ มีนักลงทุนมากมายตั้งตารอที่จะลงทุนในโปรเจคนี้ และก็มีบทความที่พูดถึง Aragon อยู่ไม่น้อยทีเดียว

กระทู้ใน reddit มีคนตอบรับดีทีเดียว
ใน slack ก็มี member ถึง 2,000คน

ดังนั้น คาดว่าโปรเจคนี้น่าจะระดมทุนได้ไม่ต่ำกว่า 10,000,000$

5.คู่แข่งในตลาด (10/10)

ไม่มี ตอนนี้ยังไม่มีโปรเจคไหนเลยที่คิดจะทำในสิ่งที่ Aragonทำ ดังนั้น นี่จึงเป็นข้อได้เปรียบสูงสุดในฐานะ first mover ดังนั้นต้องมาลองดูว่าสิ่งที่ทีมงานต้องการทำนั้นจะสำเร็จหรือไม่

รายละเอียดเพิ่มเติม บทบาทหน้าที่ของเหรียญ ANT

  • เปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมการใช้บริการเครือข่าย และเปลี่ยนแปลงอัตราการสร้างเหรียญ
  • ตัดสินใจในการเลือกให้บริการด้านไหน
  • โหวทการตัดสินใจต่างๆในระบบ
  • Self-upgrade เครือข่าย

เหรียญ ANT เป็น token บน Ethereum ดังนั้นจึงพร้อมเทรดทันที ถ้ามี Exchange รับรอง (ทีมงานแอบบอกใบ้มาว่ามี Exchange 3แห่งติดต่อเข้ามาแล้ว เดาว่าเป็น Liqui, bittrex, kraken)

สรุป (8/10)

Aragon มาในช่วงกระแส ICO boom มีไอเดียที่แปลกใหม่ มีทีมงานที่น่าเชื่อถือ และยังเลือกใช้แพลทฟอร์มEthereum ดังนั้น นี่จึงเป็นโปรเจคที่ต้องจับตามอง

ขั้นตอนการลงทุน

  1. โอน ETH จาก exchange ไปเก็บไว้ที่ MEW wallet 
  2. ภายใน MEW เลือก send ether
  3. ใส่เลข contract address ของ Aragon ซึ่งสามาถดูได้ที่หน้านี้
  4. ใส่จำนวน ETH ที่ต้องการลงทุน
  5. ใส่ค่า gas = 200000 (มุลค่า 0.002ETH)
  6. กด generate transaction
  7. confirm
  8. สิ้นสุดการลงทุน รอ ANT token จะถูกส่งกลับมาที่ address ของเรา
  9. ห้ามใช้ exchange ในการส่ง ETH เด็ดขาด

**การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษารายละเอียดแต่ละโปรเจคด้วยตนเอง และลงทุนด้วยจำนวนเงินที่ท่านพร้อมที่จะเสีย**

Bitcoin ร่วง 7.5% เป็นผลจากการโจมตีของ Ransomware ชื่อ “WannaCry” ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

678

WannaCry

เมื่อคืนนี้เกิดการโจมตี Cyberattack โดยหน่วยงานในหลายๆประเทศโดน Ransomware(แอพเรียกค่าไถ่) ที่ชื่อว่า”WannaCry”โจมตี โดยหากไม่ส่งBTCไปให้ จะไม่สามารถปลดล็อคไฟล์ต่างๆในคอมพิวเตอร์ได้อีกเลย ซึ่งวิธีป้องกันตอนนี้คืออัพเดท Windows ให้เป็นเวอชั่นล่าสุด Microsoft March 2017 Security Bulletin  และห้ามใช้ WindowsXP เด็ดขาด

การโจมตีเกิดขึ้นรวดเร็วมาก

ตอนนี้มีรายงานว่าเกิดการโจมตีพร้อมกัน 45,000ครั้ง ครอบคลุมมากกว่า 74ประเทศทั่วโลก โดยการทำงานของมันคือการเรียกค่าไถ่ จำนวน300$ ในสกุลเงินBitcoin หากไม่ส่งเงินค่าไถ่ไปตามระยะเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถกู้คืนไฟล์ได้อีกเลย  ซึ่งในขณะนี้มีคนยอมส่งเงินค่าไถ่ให้แล้วประมาณ 3,000$  (สามารถดูรายการธุรกรรมที่นี่ 13AM4VW2dhxYgXeQepoHkHSQuy6NgaEb94)

ภาพลักษณ์Bitcoinเสียหาย ทำราคาร่วงทันที 7.5%

โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1650$ ร่วงลงมา7.5%ภายในช่วงเวลาข้ามคืน ภาพลักษณ์ที่เสียหายนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักนิดในการกู้กลับคืนมา ถึงแม้ว่าคนทั่วโลกอาจจะมองว่า Bitcoin กลายเป็นเงินเถื่อนที่ใช้กันสำหรับกลุ่มโจรเรียกค่าไถ่ แต่ถ้าโจรเรียกค่าไถ่ด้วยสกุลเงินอื่นๆเราก็คงไม่มองว่าเงินนั้นไม่ดีหรอกจริงไหม? Bitcoinก็แค่เป็นเครื่องมือที่พวกเขาใช้เพราะมันง่ายและสะดวก แถมยังตามรอยยาก

โดยไม่ได้มีเพียงแค่Bitcoinเท่านั้นที่ราคาร่วงลงมา Ethereumร่วง3.6% และLitecoinร่วง15% ทั้งสามถือว่าเป็นสกุลเงินดิจิตัลที่ใช้แพร่หลายทั่วโลกและได้รับผลกระทบไปด้วยจากภาพลักษณ์ที่เสียหายในครั้งนี้

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก securelist.com

ประกาศเรื่องการปรับจำนวนเงินบริจาครายปี และการรับสมัครAdmin

300

ประกาศว่าด้วยเรื่องการปรับจำนวนเงินบริจาครายปี และการรับสมัครAdmin

1. เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของกลุ่มVIPClub ให้เป็นกลุ่มพิเศษและเหมาะสำหรับคนที่สนใจด้านการลงทุนเท่านั้นและเพื่อต้องการลดจำนวนคนที่สนใจจะเข้าร่วม (ใช่ครับ ต้องการลดจำนวนจริงๆ เพราะกลุ่มไม่ต้องการคนเยอะ)  จึงขอปรับการรับบริจาคจาก 0.2BTC เป็น 0.4BTC โดยการปรับครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2560 จนถึง 31 ธ.ค. 2560 

2. ThaiCrypto ต้องการปรับเปลี่ยนการนำเสนอข่าวสารที่ดีขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเพื่อตอบสนองต่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องรับสมัคร Admin เพิ่ม 3 อัตรา

คุณสมบัติที่ต้องมี
– มีความสามารถทางภาษาอังกฤษดี สามารถอ่านและตีความข่าวคริปโตได้อย่างไม่ผิดพลาด
– มีเวลาว่างติดตามและแจ้งข่าว Crypto ในกลุ่มได้อย่างสม่ำเสมอ
– ถ้าสามารถเขียนบทความลงเว็บไซท์ได้ จะพิจารณาเป็นพิเศษ

สิทธิพิเศษสำหรับ Admin
– เข้ากลุ่ม VIP ฟรี ตลอดระยะเวลาการทำงาน
– ได้ตำแหน่ง Admin ใน page ThaiCrypto
– ได้ตำแหน่ง Admin ในเว็บไซท ThaiCrypto

ถ้าคุณคิดว่า คุณต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ขอให้ติดต่อเข้ามา ที่นี่

** ย้ำว่ากลุ่มVIP ไม่ต้องการสมาชิกเพิ่ม และไม่ใช่กลุ่มสำหรับทุกคน เฉพาะผู้ที่สนใจในการลงทุนทางคริปโตเท่านั้น**

รายละเอียด VIP Club

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน GNOSIS [VIPClub]

309

วิเคราะห์เจาะลึกการระดมทุน GNOSIS

Gnosis คือแพลทฟอร์มสำหรับ “prediction market” หรือการพนันผลต่างๆด้วยเงินดิจิตัลผ่าน ethereum smart contract ซึ่งสามารถยกตัวอย่างให้เห็นภาพดังนี้

– การทำนายผลว่า ดาราคนนี้จะเลิกกับคนนี้ภายในปีxxxx
– การทำนายผล มูลค่าของสินค้าที่กำลังถูกประมูล ว่าควรมีมูลค่าที่แท้จริงเท่าไหร่
– การทำนายผลตลาดหุ้น
– การทำนายผลแพ้ชนะในการแข่งขันกีฬาต่างๆ

ซึ่งการทำนายผลเหล่านี้ ผ่านการทำนายจากคนหมู่มากซึ่งถือว่าผลลัพท์นั้นมีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งแพลทฟอร์ม Gnosis นั้นคุณสามารถสร้าง appอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับทำนายผลลงบนแพลทฟอร์ม ทำให้มันเป็นมากกว่าแค่แอพๆเดียวและเพิ่มขีดจำกัดในการขยายตัวมากยิ่งขึ้น


รายละเอียด ICO

GNO ทั้งหมด 10,000,000
เปิดขาย 9,000,000
ล็อกไว้สำหรับทีมงาน 1,000,000 (GNOที่เหลือจากที่เปิดขายทั้งหมดจะตกเป็นของทีมงาน)
ทีมงานต้องการเงิน 12,500,000$ เท่านั้น

**ใช้ระบบ Modified Dutch Auction**

กล่าวคือ ทีมงานจะขาย GNO ในราคาที่แพงที่สุดก่อน และราคาจะถูกลงเรื่อยๆจนถึงวันสุดท้าย
ยกตัวอย่าง
A: หากทุกๆคนกลัวพลาด ICOนี้ และแห่ลงทุนจนครบ 12.5ล้าน$ ภายในวันแรก นั่นหมายความว่าเราจะได้GNOในราคาที่แพงที่สุดและ นับเป็นจำนวนแค่ 5% จาก GNOทั้งหมด ในขณะที่ GNOที่เหลืออีก95% ตกอยู่ในมือของทีมงาน

B: หากทุกคนลงทุนในวันสุดท้าย เราจะได้ GNOในราคาที่ถูกที่สุดและมากที่สุดคือ 90%จากทั้งหมด และทีมงานก็เหลือติดตัวแค่10%

เมื่อจบการลงทุน ไม่ว่าเราจะเข้าซื้อในช่วงเวลาไหน แต่เราจะได้ราคาเดียวกันคือราคาสุดท้ายก่อนที่จะระดมทุนได้ครบ 12.5ล้าน$ (เช่นนายAลงวันแรก ,นายBลงวันที่3 ,นายCลงวันที่5และขายหมดพอดี ทุกๆคนจะได้GNOในราคาของวันที่ขายหมด คือวันที่5)

**ความน่าสนใจในการลงทุน**

1. Product/Market Potential: ผลิตภัณฑ์/ศักยภาพในตลาด (9/10)
GNOSIS มีไอเดียดี และความน่าสนใจสูงมากที่อาจจะสามารถทำให้ dapp ในโลกคริปโตก้าวเข้าสู่ “mainstream” ได้ด้วยแพลทฟอร์มการทำนายผล

ที่สำคัญ GNOSISไม่ได้ขายไอเดียกระดาษ แต่พวกเขาพัฒนาโปรเจคนี้มานานกว่า2ปีแล้ว และตัวalphaก็พร้อมที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือน

2. Team/Escrow: ทีมงาน/การค้ำประกัน (8/10)


ทีมงานน่าเชื่อถือได้ ทำงานนี้มานานและเคยพรีเซ็นโปรเจคในเวทีใหญ่ๆมาแล้ว มีadviser เป็นบิดาแห่งETH Vitalik Buterin แต่ขาดEscrew

3. Operating Plan / Roadmap: แผนการทำงานและพัฒนา (7/10)
มี timeline และ roadmap ชัดเจน แต่ขาดแผนการดำเนินงานว่าจะเอาเงินไปทำอะไรมากน้อยแค่ไหน
https://gnosis.pm/timeline

4. Marketing & Community Outreach: การตลาดและการเข้าถึงชุมชน (3/10)
GNOSIS ไม่มีการตลาด หรือแคมเปนในการประชาสัมพันธ์เลย อาจจะเพราะคิดว่าทุกคนรู้จักโปรเจคตัวเองดีอยู่แล้ว แต่ก็น่าเป็นห่วงอยู่ดีว่าคนที่รู้จักGNOSISก็คือพวกหน้าเดิมๆในโลกคริปโต GNOSISควรจะต้องมีแผนและทีมงานในการดึงคนนอกเข้ามาใช้ระบบนี้ให้ได้

5. Competitor: คู่แข่งในตลาด (4/10)
GNOSIS มีคู่แข่งที่ชัดเจนคือ Augur (REP) ถ้าพูดถึงเรื่องระบบการทำนายผลหรือแพลทฟอร์มอะไรอาจจะสูสีกัน
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องประโยชน์การใช้งานของ tokenนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

REP = ทุกๆครั้งที่มีการทำนายผลบนAugurจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ยิ่งคนถือREPมาก จะยิ่งได้ส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

GNOSIS = GNO เป็นเหรียญที่สร้าง WIZ โดยบนแพลทฟอร์มของ GNOSIS นั้นสามารถใช้เงินสกุลไหนในการทำนายผลก็ได้ แต่เราสามารถเลือกจ่าย WIZเป็นค่าธรรมเนียมแทนได้ (งงไหมล่ะ?)

สรุปง่ายๆ ให้เก็บGNOไว้ในกระเป๋า และมันจะงอกเหรียญWIZซึ่งเอามาจ่ายค่าธรรมเนียมได้เรื่อยๆ


เมื่อนำมาเทียบดูแล้ว
REP = ได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมแน่นอน
GNO = ไม่ได้ส่วนแบ่งใดๆ แต่สร้างWIZได้ แล้วWIZมันจะมีค่าเหรอ????

** สรุป**

GNOSIS เป็นโปรเจคที่มีความทะเยอทะยานจะสร้าง dapp บน ethereumที่มีศักยภาพสูง และเป็นโปรเจคระดับ AAA

แต่เมื่อคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ดีๆแล้ว
– ถ้าทีมงานมีงบพัฒนาเองมาได้2ปีและใกล้เสร็จแล้ว จะยังต้องการ 12ล้าน$ไปทำไม
– หรือทีมงานต้องการรวยข้ามคืนเพื่อ เกาะกระแส ICO?
– ถ้าแพลทฟอร์มสามารถใช้เหรียญสกุลไหนก็ได้ในการทำนายผล แปลว่าเหรียญ GNO ไม่มีความจำเป็นต่อระบบเลย เห็นชัดๆว่าสร้างเหรียญนี้ขึ้นเพื่อ ICO
– บริษัทไม่คิดจะแบ่งค่าธรรมเนียมในการใช้งานให้แก่ผู้ถือครอง GNOเลย
– ถ้า GNO สร้าง WIZได้เรื่อยๆ แล้วWIZจะมีค่าได้อย่างไร???? ถ้าจำนวนคนใช้งานเท่าเดิม แต่wizมากขึ้นเรื่อยๆ มูลค่าก็จะลดลงเรื่อยๆเช่นกัน

-เปรียบเทียบ Augur (REP) มี marketcapที่ 120ล้าน$ ลองจำลองถารณ์การณ์ 2แบบ
A: ถ้า GNOขายหมดวันแรก แปลว่า 5%ของเหรียญ = 12ล้าน$ แล้ว 100%จะ= 240ล้าน$ (มากกว่าREPถึง2เท่า ซึ่งยิ่งmarketcapใหญ่ก็ยิ่งโตยาก)

B: ถ้าGNOขายหมดวันสุดท้าย แปลว่า 90%ของเหรียญ=12ล้าน$ แล้ว 100%จะ= 13.3ล้าน$ (น้อยกว่า REPเกือบ10เท่า ซึ่งเป็นราคาที่ดีที่สุดแต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น)

-จากตาราง.นรูป GNOจะน่าลงทุนตั้งแต่วันที่ 20ขึ้นไป หรือมีmarketcapต่ำกว่า40ล้าน$ลงมา

-ทีมงานใช้ความฉลาดและรู้ว่าคนต้องการลงทุนICOกับตนเอง จึงเปิดICOแบบ dutch auction ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ที่ทีมงานจะได้เงิน 12ล้าน$ภายในวันแรก และยังถือครองGNOอีก95%(ซึ่งสามารถสร้าง WIZได้มหาศาล) ไม่ว่ายังไงทีมงานก็ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง!

-ความเจ้าเล่ห์ตรงนี้ มันแสดงถึงความไม่บริสุทธ์ใจ

เหรียญใหม่น่าจับตามอง DATABITS

637

เหรียญใหม่น่าจับตามอง DATABITS

Databits หรือ DTB นั้นเป็นหน่วยเงินดิจิตัลของเกม Augmentors

เกม Augmentors คือโปรเจคเกมที่เน้นการ battle ระหว่าง monster ของผู้เล่นสองฝ่ายโดยใช้ระบบ Augmentreality เข้ามาช่วยในการสร้างฉากและสนามประลอง ดังตัวอย่างในคลิปวิดีโอข้างล่างครับ

แล้วโปรเจคนี้มาเกี่ยวโยงกับคริปโตได้อย่างไร?

เนื่องจากผู้สร้างนั้น ต้องการเงินทุนมาช่วยในการขับเคลื่อนโปรเจคในช่วงแรก พวกเขาจึงหอบหิ้วโปรเจคนี้เข้าไปขอเงินทุนสนับสนุนจากรายการ Sharktank Africa ซึ่งสามารถดู episode ที่พวกเขาพยายามขายโปรเจคได้ ตาม link นี้ 

จากการนำเสนอในครั้งนี้ พวกเขาได้เงินลงทุนจำนวน 59BTC จาก Vinny Lingham ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการจากรายการ Sharktank แลกกับการที่ Vinny ได้เป็นหุ้นส่วนกับบริษัท20% และจากจุดนั้นเองทำให้พวกเขาได้เงินทุนมาพัฒนาโปรเจคต่อพร้อมๆกับการเปิดระดมทุนแบบ crowdsale ในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ โดยการระดมทุนครั้งนั้นพวกเขาสามารถระดมทุนได้ถึง 895BTC เลยทีเดียว

ThaiCrypto ไม่รอช้า 

เมื่อมองเห็นถึงศักยภาพในการลงทุนแล้ว ThaiCrypto เราไม่รอช้าที่จะทำบทความ Exclusive เพื่อส่งให้นักลงทุนในกลุ่ม VIPClub ได้อ่านและพิจารณาก่อนการลงทุน (กลุ่มVIPClub คือกลุ่มลับเพื่อการลงทุนที่ThaiCryptoจัดตั้งขึ้นมา โดยสมาชิกในกลุ่มนี้จะได้รับข้อมูลข่าวสารแบบพิเศษก่อนใคร)

DTB ราคาพุ่ง 600%

เมื่อลงทุนผ่านไป 2 เดือน สมาชิกที่ตัดสินใจลงทุนใน Augmentors จะได้เหรียญ DTB มาในราคา ICO ซึ่งเป็นราคาพิเศษก่อนที่เหรียญจะเข้าตลาด ด้วยราคาแค่ 5500satoshi หรือ 0.00005500BTC

โดยปัจจุบันนั้นเหรียญ DTB ราคาพุ่งขึ้นเป็น 31000satoshi หรือ 0.00031000BTC คิดเป็นกำไรเกือบ 600%เลยทีเดียว  

โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาขึ้นคือ

  • มีทีมงานและแผนการพัฒนาที่ดี
  • มีprofileดี มีนักลงทุนที่น่าเชื่อถือได้หนุนหลัง
  • จำนวนเหรียญมีน้อยมากเพียง 22ล้านเหรียญ (มีเหรียญที่ถูกทำลายทิ้ง 78ล้านเหรียญ)
  • มี communityที่ดี

ทีมงาน ThaiCrypto ไม่ได้มองแค่การลงทุนใน ICO เท่านั้น หลังจากที่เหรียญเข้าตลาดแล้ว เมื่อมองศักยภาพโดยรวม เราคิดว่าเหรียญ DTB จะพุ่งไปได้เกิน 50000satoshi แน่นอน เราจึงแนะนำให้ซื้อเพิ่มทันที

ซื้อตอนนี้ยังทันไหม?

ตอบสั้นๆเลยว่า ทัน!

ท่านลองคิดดูว่าโปรเจคที่ยังไม่มีแม้แต่เกม Alphaให้ทดลองเล่นยังราคาวิ่งมาได้ขนาดนี้? แล้วเมื่อเกมสำเร็จแล้วราคาจะเป็นอย่างไร?

เป็นที่ชัดเจนว่ามีคนมากมายมหาศาลที่พลาดโอกาสในการลงทุนในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นเลือกซื้อหลังจากที่เหรียญ DTB ได้เข้าตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับเหรียญนี้ไม่สามารถขุดได้ทำให้มีจำนวนจำกัด เมื่อรวมกับปัจจัยที่จะทำให้ราคาพุ่งขึ้นในอนาคตเช่น การเปิดทดลองเกมเวอชั่น Alpha หรือในกรณีที่ดีที่สุดคือเหรียญ DTBถูกบรรจุในEXchangeชั้นนำอย่าง Poloniex ก็ยิ่งจะช่วยผลักดันราคาให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

อย่าพลาดโอกาสในการลงทุน !  

กลุ่ม ThaiCrypto VIP Club ได้เปรียบมากกว่าผู้อ่านทั่วไปในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นข่าวสารการลงทุน สัญญาณการซื้อขาย และบทความการลงทุนExclusiveเฉพาะสมาชิก หากท่านชื่นชอบในการลงทุนด้านคริปโตแล้ว อย่าปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยไป Join us!!! 

 

แหล่งข่าววงในแจ้งมาว่า SEC จะแถลงผลการพิจารณา BTC ETF ภายในวันศุกร์นี้

675

 

เกาะติดสถานการณ์ของ BTC ETF 

หลังจากที่มีการคาดการณ์จากหลายๆฝ่ายว่าวันสุดท้ายของการพิจารณาผล BTC ETF นั้นคือวันที่ 11 มีนาคม 2560 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ จึงมีการคาดการณ์ว่าวันที่จะแถลงผลจริงๆน่าจะเป็นวันจันทร์ตามเวลาราชการ
วันนี้Coindeskรายงานว่า แหล่งข่าวที่มีความรู้เกี่ยวกับการพิจารณาของหน่วยงานแจ้งมาว่ามีความเป้นไปได้มากที่สุดที่ SEC จะแถลงผลการพิจารณาภายในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560

ซึ่งการแถลงการณ์ครั้งนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร จะเป็นผลการตัดสินการยื่นขอเปิดกองทุนของสองพี่น้อง Winklevoss ที่มีระยะเวลานานถึง3ปีนับตั้งแต่การยื่นเอกสารต่อSECครั้งแรกเมื่อปี 2013

Bitcoin ทำลายสถิติราคาสูงที่สุดในรอบ3ปี! สาเหตุคืออะไร?

ความเป็นไปได้นั้นแทบไม่ต่างอะไรจากการโยนเหรียญหัวก้อย

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เราต่างรู้ดีว่าถ้าBTC ETFได้รับการอนุมัติราคาBitcoinอาจจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก และเช่นเดียวกันว่าหากBTC ETFถูกปฏิเสธ ราคาของBitcoinก็จะร่วงลงทันที

Phil Bak ผู้ซึ่งเคยเป็นผู้กรรมการผู้จัดการของ New York Stock Exchange และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ ETF issuer ACSI Funds กล่าวกับCoinDeskว่า “โดยปรกติแล้ว SEC จะหลีกเลี่ยงการปฏิเสธการจัดตั้งกองทุนตรงๆ หากว่าพวกเขาไม่ต้องการอนุมัติกองทุนนั้นๆ พวกเขามักจะขอยื่นระยะเวลาการพิจารณาออกไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน”

Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ BitMEX กล่าวว่า “ในขณะนี้ ตลาดมองว่าโอกาสที่ BTC ETF จะได้รับการอนุมัติมีมากถึง 50%”

Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสแห่ง Bloomberg Intelligence กล่าวว่า BTC ETF นั้นมีโอกาส 50-50 ที่จะได้รับการอนุมัติ

ในขณะที่ Jeff Bishop ผู้เชี่ยวชาญด้าน ETF และผู้ร่วมก่อตั้ง RagingBull.com คาดการณ์ว่า ท้ายที่สุดแล้ว SECน่าจะขยายเลวาการตัดสินใจออกไปก่อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากราคา BTC ที่พุ่งขึ้นในช่วงเวลานี้ “ผมมีความรู้สึกว่าพวกเขาจะทางชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน ด้วยราคาBTCที่ขึ้นมาแตะระดับราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่SECจะอนุมัติให้มีกองทุนETFเข้าในตลาดในขณะที่ราคากำลังอยู่ในช่วงที่สูงที่สุด พวกเขาน่าจะชะลอเวลาออกไปก่อนเพื่อให้ราคานิ่งมากกว่านี้”  Bishop กล่าวว่า เขาเชื่อว่า BTC ETF จะได้รับการอนุมัติ

ที่มา: Coindesk

FOLLOW US

7,065FansLike
1,150FollowersFollow
- Advertisement -

EDITOR PICKS